General knowledge

ป่า 1 ไร่ ได้คาร์บอนเครดิต เท่าไหร่? ทำไมต้องประเมินพื้นที่ก่อนตอบเป็นตัวเลข

ป่า 1 ไร่ ได้คาร์บอนเครดิต เท่าไหร่? ทำไมต้องประเมินพื้นที่ก่อนตอบเป็นตัวเลข

ป่า 1 ไร่ ได้คาร์บอนเครดิตเท่าไหร่? ทำไมต้องประเมินพื้นที่ก่อนตอบเป็นตัวเลข

หนึ่งในคำถามที่เจ้าของที่ดินชุมชน และองค์กรที่มีพื้นที่สีเขียวมักสงสัยคือ “ป่า 1ไร่ ได้คาร์บอนเครดิตได้เท่าไหร่?” หรือ“ถ้ามีที่ดิน 10 ไร่50 ไร่ 100 ไร่ จะสร้างคาร์บอนเครดิตได้กี่ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO₂e)?”

คำถามนี้ดูเหมือนตอบง่ายแต่ในความเป็นจริงไม่สามารถตอบด้วยตัวเลขเดียวได้ เพราะปริมาณการกักเก็บคาร์บอนไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่เพียงอย่างเดียวแต่ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ชนิดต้นไม้ อายุของต้นไม้ ความหนาแน่นของพื้นที่สภาพดิน การดูแลรักษา และวิธีการประเมินที่ใช้

พูดง่ายๆ คือ พื้นที่ 1 ไร่เท่ากันแต่อาจกักเก็บคาร์บอนได้ไม่เท่ากันเลย

ทำไมพื้นที่1 ไร่ถึงให้คาร์บอนเครดิตไม่เท่ากัน

หลายคนอาจเข้าใจว่าหากมีพื้นที่มาก ก็จะได้คาร์บอนเครดิตมากเสมอ แต่ความจริง “ขนาดพื้นที่”เป็นเพียงหนึ่งในปัจจัยเท่านั้น

พื้นที่1 ไร่ที่เป็นป่าแน่นมีต้นไม้หลายชั้นเรือนยอด และมีการดูแลต่อเนื่องอาจมีศักยภาพในการกักเก็บคาร์บอนมากกว่าพื้นที่ 1 ไร่ที่มีต้นไม้กระจายตัวน้อยหรือเป็นพื้นที่เพิ่งเริ่มปลูกใหม่

ดังนั้นเวลาประเมินคาร์บอนเครดิต จึงต้องดูทั้ง “พื้นที่” และ “คุณภาพของพื้นที่”ไปพร้อมกัน

ปัจจัยที่มีผลต่อคาร์บอนเครดิตต่อไร่

1. ชนิดของต้นไม้

ต้นไม้แต่ละชนิดมีอัตราการเติบโตและการสะสมมวลชีวภาพไม่เท่ากันไม้โตเร็วอาจเพิ่มมวลชีวภาพได้เร็วในช่วงแรก ขณะที่ไม้ยืนต้นบางชนิดอาจเหมาะกับการกักเก็บคาร์บอนในระยะยาว

ดังนั้นการประเมินคาร์บอนเครดิตจึงไม่ควรดูแค่ว่ามีต้นไม้หรือไม่มีต้นไม้แต่ต้องดูด้วยว่าต้นไม้ในพื้นที่เป็นชนิดใด เติบโตเร็วแค่ไหนและเหมาะสมกับพื้นที่หรือไม่

2. อายุของต้นไม้

พื้นที่ที่เพิ่งปลูกต้นไม้อาจยังมีการกักเก็บคาร์บอนไม่มากในช่วงแรกเพราะต้นไม้ยังมีขนาดเล็ก แต่หากมีการดูแลต่อเนื่อง ต้นไม้จะค่อย ๆสะสมมวลชีวภาพเพิ่มขึ้นตามเวลา

ในทางกลับกันพื้นที่ที่มีต้นไม้โตเต็มที่แล้ว อาจมีคาร์บอนสะสมอยู่มากแต่การเพิ่มขึ้นของคาร์บอนในแต่ละปีอาจไม่เท่ากับพื้นที่ที่ต้นไม้กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว

นี่คือเหตุผลที่การประเมินต้องดูทั้ง“คาร์บอนที่มีอยู่” และ “คาร์บอนที่เพิ่มขึ้นจากการทำโครงการ”

3. ความหนาแน่นของต้นไม้

พื้นที่1 ไร่ที่มีต้นไม้ 20ต้น กับพื้นที่ 1ไร่ที่มีต้นไม้ 200ต้นย่อมมีศักยภาพต่างกัน แต่จำนวนต้นไม้เพียงอย่างเดียวก็ยังไม่พอ ต้องดูขนาดลำต้นความสูง เรือนยอด และการกระจายตัวของต้นไม้ด้วย

บางพื้นที่มีต้นไม้จำนวนมากแต่ต้นไม้เล็กและเบียดกันเกินไป อาจเติบโตได้ไม่เต็มที่ขณะที่บางพื้นที่มีจำนวนต้นไม้น้อยกว่า แต่ต้นไม้มีขนาดใหญ่และสมบูรณ์กว่า

4. สภาพพื้นที่เดิมก่อนเริ่มโครงการ

จุดสำคัญของคาร์บอนเครดิตคือต้องพิสูจน์ได้ว่าโครงการทำให้เกิดการลดหรือกักเก็บคาร์บอนเพิ่มขึ้นจากกรณีปกติ

เช่นหากพื้นที่เดิมเป็นพื้นที่โล่ง แล้วมีการปลูกและดูแลต้นไม้เพิ่มขึ้นโอกาสในการแสดงผลลัพธ์ด้านคาร์บอนอาจชัดเจนกว่าพื้นที่ที่เป็นป่าสมบูรณ์อยู่แล้ว

ดังนั้นก่อนเริ่มโครงการจึงควรมีข้อมูลสภาพพื้นที่เดิม เช่น ภาพถ่ายพื้นที่ พิกัด แผนที่ภาพถ่ายดาวเทียม หรือข้อมูลการใช้ประโยชน์ที่ดินย้อนหลัง

5. การดูแลรักษาพื้นที่

คาร์บอนเครดิตจากพื้นที่สีเขียวไม่ใช่เรื่องของการปลูกแล้วจบแต่ต้องมีการดูแลต่อเนื่อง เช่น การป้องกันไฟ การป้องกันการบุกรุกการดูแลต้นไม้ที่ตาย และการติดตามการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่

หากพื้นที่ปลูกแล้วไม่มีการดูแลต้นไม้ตายจำนวนมาก หรือพื้นที่ถูกเปลี่ยนการใช้ประโยชน์ในภายหลังศักยภาพในการพัฒนาเป็นคาร์บอนเครดิตก็จะลดลง

แล้วคาร์บอนเครดิต 1 ไร่ควรประเมินอย่างไร

การประเมินเบื้องต้นควรเริ่มจากการรวบรวมข้อมูล5 กลุ่มนี้

1. ขนาดและขอบเขตพื้นที่ต้องรู้ว่าพื้นที่อยู่ที่ไหนขนาดกี่ไร่ มีแนวเขตชัดเจนหรือไม่ และสามารถระบุพิกัดได้หรือไม่

2. ประเภทพื้นที่พื้นที่เป็นป่าเดิมพื้นที่เกษตร พื้นที่รกร้าง พื้นที่ปลูกใหม่ หรือพื้นที่ฟื้นฟูเพราะแต่ละประเภทมีวิธีประเมินต่างกัน

3. ข้อมูลต้นไม้ควรมีข้อมูลชนิดต้นไม้จำนวนต้นไม้ อายุโดยประมาณ ขนาดต้นไม้ และสภาพการเติบโต

4. ข้อมูลการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ควรมีข้อมูลย้อนหลังเช่น ภาพถ่ายดาวเทียม หรือภาพถ่ายพื้นที่เพื่อดูว่าพื้นที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรในช่วงที่ผ่านมา

5. แผนการดูแลในอนาคตต้องมีแผนดูแลพื้นที่ระยะยาวเพราะคาร์บอนเครดิตต้องอาศัยความต่อเนื่องและความน่าเชื่อถือของข้อมูล

ตัวอย่างเปรียบเทียบพื้นที่ 1 ไร่

พื้นที่ ลักษณะพื้นที่ ศักยภาพคาร์บอน
พื้นที่ A พื้นที่โล่ง เพิ่งเริ่มปลูกต้นไม้ อาจยังต่ำในช่วงแรก แต่มีโอกาสเพิ่มขึ้นในอนาคต
พื้นที่ B พื้นที่มีต้นไม้กระจายตัว อายุหลายปี มีศักยภาพปานกลาง ขึ้นอยู่กับความหนาแน่นและการดูแล
พื้นที่ C พื้นที่ป่าหนาแน่น มีต้นไม้หลายขนาด มีคาร์บอนสะสมสูง แต่อาจต้องดูว่าเข้าเงื่อนไขการเพิ่มคาร์บอนหรือไม่
พื้นที่ D พื้นที่ปลูกต้นไม้แต่ไม่มีการดูแล ศักยภาพไม่แน่นอน และมีความเสี่ยงด้านความต่อเนื่อง

จากตัวอย่างนี้จะเห็นว่าพื้นที่ 1 ไร่ไม่สามารถประเมินจากขนาดเพียงอย่างเดียวต้องดูข้อมูลพื้นที่จริงประกอบ

ทำไมไม่ควรใช้สูตรคำนวณแบบคร่าวๆ เพียงอย่างเดียว

บางคนอาจพยายามค้นหาสูตรคำนวณว่า“ต้นไม้ 1 ต้นดูดซับคาร์บอนได้เท่าไหร่”หรือ “1 ไร่ได้คาร์บอนเครดิตกี่ตัน”แล้วนำตัวเลขไปคูณกับจำนวนต้นไม้หรือจำนวนไร่ทันที

วิธีนี้อาจใช้ทำความเข้าใจเบื้องต้นได้แต่ไม่ควรใช้เป็นคำตอบสุดท้าย เพราะการทำคาร์บอนเครดิตจริงต้องใช้ข้อมูลที่ตรวจสอบได้และสอดคล้องกับหลักเกณฑ์การประเมิน

การประเมินที่ดีควรมีทั้งข้อมูลภาคสนามข้อมูลเชิงพื้นที่ และข้อมูลย้อนหลังเพื่อให้เห็นภาพว่าพื้นที่นั้นมีศักยภาพจริงมากน้อยแค่ไหน

CarbonWatch ช่วยประเมินพื้นที่เบื้องต้นได้อย่างไร

สำหรับเจ้าของที่ดินป่าชุมชน หรือองค์กรที่ต้องการรู้ว่าพื้นที่ของตนเองมีศักยภาพด้านคาร์บอนหรือไม่การประเมินเบื้องต้นด้วยระบบเชิงพื้นที่สามารถช่วยลดความไม่แน่นอนได้

จุดเด่นของ CarbonWatch คือช่วยให้ผู้เริ่มต้นและผู้พัฒนาโครงการดำเนินงานได้สะดวกยิ่งขึ้นตั้งแต่การประเมินการกักเก็บคาร์บอน ไปจนถึงการจัดทำเอกสารข้อเสนอโครงการ( PDD) เพื่อใช้ประกอบการขึ้นทะเบียนโครงการคาร์บอนเครดิต หรือ การติดตามโครงการทมี่ขึ้นทะเบียนแล้ว อย่างเป็นระบบ

สรุป

คำถามว่า “ป่า 1 ไร่ ได้คาร์บอนเครดิตเท่าไหร่” ไม่มีคำตอบตายตัวเพราะพื้นที่แต่ละแห่งมีศักยภาพไม่เหมือนกัน แม้จะมีขนาดเท่ากันก็ตาม

ปัจจัยสำคัญที่ต้องดูได้แก่ ชนิดต้นไม้ อายุของต้นไม้ ความหนาแน่น สภาพพื้นที่เดิม การดูแลรักษาและข้อมูลการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ในอดีต

ดังนั้นก่อนเริ่มลงทุนปลูกต้นไม้หรือพัฒนาโครงการคาร์บอนเครดิตควรเริ่มจากการประเมินพื้นที่ เพื่อดูว่าพื้นที่มีความพร้อมและควรเตรียมข้อมูลอะไรเพิ่มเติม

หากคุณมีพื้นที่สีเขียวพื้นที่ป่า หรือพื้นที่ที่ต้องการประเมินศักยภาพด้านคาร์บอนสามารถเริ่มต้นด้วยการสำรวจข้อมูลพื้นที่ผ่าน CarbonWatch เพื่อดูแนวโน้มและความเป็นไปได้ก่อนตัดสินใจพัฒนาโครงการจริง

Related technology

คำถามที่พบบ่อย

No items found.

Get started with CarbonWatch

"Register and easily start your project. Experience a comprehensive carbon management service designed to make your management simple and seamless."

Get Started