ความรู้ทั่วไป

การสร้างรายได้จากโครงการ PDD ผ่านตลาดคาร์บอนเครดิต

การสร้างรายได้จากโครงการ PDD ผ่านตลาดคาร์บอนเครดิต

ทำไม PDD จึงสำคัญต่อการสร้างรายได้จากตลาดคาร์บอนเครดิต

การสร้างรายได้จากโครงการลดหรือดูดซับก๊าซเรือนกระจก ผ่านกลไกตลาดคาร์บอนเครดิตเป็นโอกาสสำคัญสำหรับองค์กร และผู้ประกอบการในประเทศไทยในการสร้างรายได้เพิ่ม พร้อมทั้งมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาสภาพภูมิอากาศโลก โดยโครงการที่ดำเนินการในประเทศไทยส่วนใหญ่อยู่ภายใต้ โครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission Reduction Program: T-VER) ซึ่งเป็นกลไกที่บริหารจัดการโดย องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. (TGO) และหัวใจสำคัญของการสร้างรายได้จากโครงการนี้ คือเอกสาร PDD (Project Design Document) หรือเอกสารข้อเสนอโครงการ ซึ่งเป็นเอกสารที่อธิบายรายละเอียดของโครงการลดหรือดูดซับก๊าซเรือนกระจกทั้งหมด และในบทความนี้เราจะพาคุณไปเจาะลึกขั้นตอนการทำเอกสาร PDD อย่างละเอียด

PDD คืออะไร และทำไมมันสำคัญต่อรายได้จากตลาดคาร์บอนเครดิต

PDD (Project Design Document) เป็นเอกสารที่ระบุรายละเอียดโครงการ เช่น เบสไลน์ (baseline) ของการปล่อยก๊าซก่อนดำเนินโครงการ วิธีคำนวณลดการปล่อย (emission reductions), วิธีการติดตาม (monitoring plan) และมาตรการลดความเสี่ยง เช่น leakage หรือ permanence ซึ่งเป็นแผนที่ที่มาตรฐานการให้เครดิตจะใช้ตัดสินว่าควรออกเครดิตให้เท่าไหร่และเมื่อใด ดังนั้นคุณภาพของ PDD ส่งผลโดยตรงต่อปริมาณเครดิตที่ออกและรายได้ที่ตามมา

การสร้างรายได้จากการขายคาร์บอนเครดิตที่เกิดจากการเขียนโครงการ PDD

ขั้นตอนหลัก รายละเอียดกิจกรรม
1. การพัฒนาและเตรียมความพร้อม (Development & Preparation) ศึกษาความเป็นไปได้ สำรวจพื้นที่ จัดทำแผนโครงการ และที่สำคัญคือ จัดทำเอกสารข้อเสนอโครงการ (PDD)
2. การขึ้นทะเบียนโครงการ (Project Registration) ยื่น PDD และเอกสารที่เกี่ยวข้องต่อ อบก. และให้ผู้ประเมินภายนอก (Validation and Verification Body: VVB) ตรวจสอบความใช้ได้ (Validation) ของ PDD ว่าเป็นไปตามหลักเกณฑ์หรือไม่
3. การดำเนินโครงการและติดตามผล (Implementation & Monitoring) ดำเนินการตามที่ระบุใน PDD และติดตามผลการลด/ดูดซับ ก๊าซเรือนกระจกตามแผนที่กำหนดไว้ใน PDD
4. การทวนสอบและการรับรองคาร์บอนเครดิต (Verification & Issuance) จ้าง VVB มาทวนสอบ (Verification) ปริมาณการลด/ดูดซับก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้นจริงตามที่รายงานใน รายงานการติดตามผล (Monitoring Report: MR) ผ่านการทวนสอบ อบก. จะออกคาร์บอนเครดิต (T-VERs) ให้แก่โครงการ
5. การซื้อขาย (Trading) ผู้พัฒนาโครงการสามารถนำ Carbon Credit ที่ได้รับการรับรอง (T-VERs) ไปซื้อขายในตลาดคาร์บอนภาคสมัครใจ (Voluntary Carbon Market) ซึ่งในประเทศไทยมีแพลตฟอร์มการซื้อขาย เช่น แพลตฟอร์มของ อบก. บริษัทจัดการก๊าซเรือนกระจก หรือการตกลงซื้อขายโดยตรงกับผู้ซื้อ (Over-the-Counter: OTC)
 

ปัจจัยที่มีผลต่อรายได้ที่ได้จากคาร์บอนเครดิต

  • ปริมาณเครดิต : ปริมาณ tCO2​e ที่สามารถลดหรือดูดซับได้อย่างแท้จริง ซึ่งขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของโครงการ)
  • ราคาซื้อขาย : ราคาจะขึ้นอยู่กับอุปสงค์และอุปทานในตลาดคาร์บอน รวมถึงคุณภาพของเครดิต (เช่น เป็นเครดิตจากกิจกรรมที่สร้างประโยชน์ร่วมด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม)ต้นทุนโครงการ : ค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการ ค่าใช้จ่ายในการจัดทำ PDD, ค่า Validation, ค่า Verification และค่าธรรมเนียมของ อบก.

ตลาดไหนขายคาร์บอนเครดิตได้ 

  • Compliance markets (ภาคบังคับ) : เช่น EU ETS หรือระบบ ETS ของประเทศต่างๆ โดยเครดิตที่ยอมรับต้องเป็นไปตามกฎของระบบนั้น (บางระบบอาจรับรองเครดิตจากภายนอกภายใต้เงื่อนไขจำกัด) รายได้จากตลาดนี้มักมีราคาสูงกว่า แต่มีข้อกำกับเข้มงวด
  • Voluntary carbon markets (VCM) : บริษัท/องค์กรที่ซื้อเครดิตเพื่อนำมา offset หรือตั้งเป้า net-zero มาตรฐานที่นิยมเช่น Verra (VCU), Gold Standard, ART (สำหรับ REDD+) โดยตลาด VCM ยืดหยุ่นกว่าแต่ราคาจะแปรผันและต้องให้ความสำคัญกับความน่าเชื่อถือของเครดิต ความพยายามยกระดับความน่าเชื่อถือ (เช่น ICVCM) ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้ซื้อ

การประเมินรายได้คาร์บอนเครดิต และตัวแปรที่ต้องคำนึง

  • ปริมาณเครดิตที่คาดว่าจะได้รับ : ขึ้นอยู่กับ baseline & methodology
  • ราคาเครดิตต่อตัน : ซึ่งจะแตกต่างตามมาตรฐาน/ประเภทเครดิต/ตลาดและความน่าเชื่อถือ (ราคาตลาดแปรผันมากและขึ้นกับอุปสงค์-อุปทานและกฎระเบียบ เช่น World Bank ชี้ว่าระบบการตั้งราคา/ตลาดมีการเปลี่ยนแปลงต่อเนื่อง)
  • ต้นทุนตลอดวงจร : ซึ่งจะมีรายละเอียดดังนี้ ค่าเขียน PDD, ค่าตรวจสอบ (validation/verification), ค่าติดตาม MRV, ค่าจดทะเบียนและต้นทุนการดำเนินโครงการเอง
  • ความเสี่ยงเชิงราคาและกฎระเบียบ : ราคาเครดิตอาจลดลงหรือมีการเปลี่ยนเกณฑ์รับรอง เช่น การปรับมาตรฐานโดย ICVCM
การสร้างรายได้จาก PDD ผ่านตลาดคาร์บอนเครดิตเป็นหนทางที่เป็นไปได้ แต่ไม่ใช่รายได้แบบได้มาโดยง่าย ต้องอาศัยการออกแบบ PDD ที่แข็งแรง ระบบ MRV ที่ต่อเนื่อง การเลือกมาตรฐานที่เหมาะสมและการจัดการความเสี่ยงด้านราคา และกฎระเบียบอย่างรอบคอบ โครงการที่ทำการบ้านดี (พิสูจน์ additionality, มี co-benefits, ใช้มาตรฐานเชื่อถือได้และมีสัญญาที่เหมาะสม จะมีโอกาสได้รับราคาดีและรายได้ยั่งยืนกว่า แหล่งข้อมูลอ้างอิง หากองค์กรหรือผู้พัฒนาโครงการต้องการเริ่มต้นสร้างรายได้จากการจัดทำ PDD และเข้าสู่ตลาดคาร์บอนเครดิตอย่างมืออาชีพ CarbonWatch พร้อมให้บริการครบวงจรและสนับสนุนการขึ้นทะเบียนโครงการในตลาดคาร์บอนทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้โครงการของคุณสามารถสร้าง Carbon Credit ที่มีคุณภาพสูงและแปลงเป็นรายได้จริงได้อย่างยั่งยืน

ติดต่อ THAICOM PUBLIC COMPANY LIMITED พร้อมให้คำปรึกษา

เทคโนโลยีอื่นๆ

คำถามที่พบบ่อย

No items found.

เริ่มต้นกับ CarbonWatch

"ลงทะเบียนและเริ่มสร้างโครงการของคุณได้ง่าย ๆ สัมผัสกับบริการจัดการคาร์บอน การกักเก็บคาร์บอนในต้นไม้
แบบครบวงจร ที่พร้อมช่วยให้การจัดการของคุณเป็นเรื่องง่าย"

เริ่มเลย