ความรู้ทั่วไป

วิธีเขียน PDD สำหรับโครงการ t-ver ให้ผ่านการประเมินในครั้งเดียว

วิธีเขียน PDD สำหรับโครงการ t-ver ให้ผ่านการประเมินในครั้งเดียว

การเขียน PDD สำหรับโครงการ t-ver (Thailand Voluntary Emission Reduction Program) เป็นขั้นตอนสำคัญเพื่อให้โครงการลดก๊าซเรือนกระจกของคุณได้รับการขึ้นทะเบียนและรับรองเครดิตคาร์บอนอย่างสมบูรณ์ ซึ่งจะต้องการจัดทำ PDD ที่รัดกุม ชัดเจนและครบถ้วน เพื่อช่วยให้เจ้าหน้าที่ที่พิจารณา เช่น องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (TGO) และผู้ประเมินภายนอก อย่าง VVB : Validation & Verification Body เข้าใจโครงการได้ง่าย อีกทั้งยังลดโอกาสการถูกปฏิเสธหรือเรียกแก้ไขซ้ำหลายรอบอีกด้วย บทความนี้เราจะมาแชร์เทคนิคการเขียน PDD ของคุณผ่านการประเมินได้ในครั้งเดียวมาให้ผู้ที่สนใจนำไปปรับใช้กับเอกสารเสนอโครงการของคุณ

องค์ประกอบสำคัญของ PDD สำหรับโครงการ t-ver

การจัดทำ PDD ให้ผ่านฉลุยนั้นต้องให้ความสำคัญกับรายละเอียดในทุกส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพิสูจน์ให้เห็นว่าโครงการที่ดำเนินการนั้นเป็นส่วนที่เพิ่มเติมจากการดำเนินงานปกติ ซึ่งเป็นหลักการที่สำคัญที่สุดของการรับรอง PDD ซึ่งคุณต้องแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าการลดก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้นนั้น มาจากการดำเนินกิจกรรมที่ไม่ใช่การปฏิบัติตามกฎหมายหรือการดำเนินงานปกติทางธุรกิจ และมีความจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากกลไกคาร์บอนเครดิตจึงจะสามารถเกิดขึ้นได้จริง นอกจากนั้น การระบุขอบเขตของโครงการและการเลือกวิธีการคำนวณ (Methodology) ที่เหมาะสมและได้รับการรับรองจาก อบก. ก็เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อให้การประเมินการลดก๊าซเรือนกระจกมีความน่าเชื่อถือและถูกต้องตามหลักวิชาการ

ก่อนลงมือเขียน PDD สำหรับโครงการ t-ver คุณควรทำความเข้าใจโครงสร้างที่ TGO กำหนดไว้ชัดเจนใน T-VER ประกอบด้วยหลายส่วนหลัก ได้แก่

  • ข้อมูลโครงการ (Part 1)
  • ระเบียบวิธีกำหนดลดก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gas Reduction Methodology) (Part 2)
  • การคำนวณการลด/กักเก็บก๊าซเรือนกระจก (Part 3)
  • แผนติดตาม (Monitoring Plan) (Part 4)
  • Stakeholders’ views / การรับฟังเสียงผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Part 5)
  • ภาคผนวก (Appendices) เช่น เอกสารสนับสนุน หลักฐานใบอนุญาต รายงานการประเมิน ฯลฯ

เทคนิคการเขียน PDD สำหรับโครงการ t-ver ให้ผ่านในครั้งเดียว

  1. ข้อมูลเบื้องต้นของโครงการ : ในส่วนแรกของ PDD ควรให้ข้อมูลเบื้องต้นของโครงการอย่างชัดเจน เช่น วัตถุประสงค์ จุดเด่นของกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก ขอบเขตการดำเนินงาน ประเภทรายการลดก๊าซ (เช่น พลังงานทดแทน, ประสิทธิภาพพลังงาน, ป่าไม้ ฯลฯ) และผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับทั้งเรื่องก๊าซและประโยชน์ร่วม) เป็นต้น นอกจากนั้นยังควรระบุ additionality (ความเป็นกิจกรรมเพิ่มเติม) อย่างละเอียดว่ากิจกรรมของโครงการจะแตกต่าง และเพิ่มเติมจากสภาวะธุรกิจตามปกติอย่างไร หากโครงการของคุณอยู่ในกลุ่มป่าไม้หรือเกษตรกรรม อาจจำเป็นต้องประเมินความเสี่ยง “non-permanence” (ความไม่ถาวร) ของการกักเก็บคาร์บอน และแสดงว่าจัดการกับความเสี่ยงนั้นอย่างไรใน PDD ของคุณด้วย

  2. ระบุและเลือกระเบียบวิธี (Methodology) ให้เหมาะสม : การเขียน PDD สำหรับโครงการ t-ver ต้องเลือกระเบียบวิธีลดก๊าซเรือนกระจกที่เหมาะสมกับลักษณะโครงการของคุณ เช่น ถ้าเป็นโครงการพลังงานการใช้วิธีลดก๊าซด้านพลังงาน (energy efficiency หรือ renewable) เป็นต้น จากนั้นอธิบายว่าคุณจะใช้เครื่องมือและเทคนิคอะไรเพื่อคำนวณปริมาณการลดก๊าซตามมาตรฐาน T-VER ที่กำหนด นอกจากนี้ ใน PDD ควรมีวิธีการ validate (ตรวจสอบ) วิธีคำนวณของคุณ และแสดงให้เห็นว่า VVB (Validation & Verification Body) สามารถตรวจสอบสมมติฐานคำนวณของคุณได้

  3. การคำนวณการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างแม่นยำ : ในส่วนที่สามถือเป็นหัวใจของ PDD สำหรับโครงการ t-ver คุณต้องแสดงสมการหรือวิธีคำนวณที่ชัดเจนและใช้ข้อมูลพื้นฐาน (baseline) ที่ถูกต้อง จากนั้นแสดงการคาดการณ์ว่าปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดได้ในช่วงเวลาเครดิต (crediting period) จะเป็นเท่าไร โดยให้ค่าเป็นตัวเลขเต็ม (integer) ตามที่ TGO ระบุ (ถ้ามีทศนิยมให้ใช้ 2 ตำแหน่ง) ถ้ามีความเปลี่ยนแปลงหรือการปรับสมมติฐานระหว่างการดำเนินงาน เช่น การขยายโครงการ หรือเปลี่ยนเทคโนโลยี ให้แสดงใน PDD ว่าจะปรับคำนวณอย่างไร และว่าด้วย “double counting” (การนับซ้ำ) ให้ชัดเจนว่าไม่เกิดการนับคาร์บอนเครดิตซ้ำ โดยทุกขั้นตอนการคำนวณของโครงการคุณจะต้องสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ และมีเอกสารประกอบที่ชัดเจนเพื่อยืนยันความถูกต้องของตัวเลข

  4. วางแผนการติดตาม (Monitoring Plan) ให้ละเอียด : การเขียน PDD สำหรับโครงการ t-ver ควรมีแผนติดตาม (Monitoring) ที่ละเอียด โดยระบุพารามิเตอร์ที่จะวัด, วิธีการวัด, ความถี่ในการวัด, ใครเป็นผู้วัด, วิธีเก็บข้อมูลและวิธีคำนวณผลลัพธ์จริง (actual reductions) นอกจากนี้ควรครอบคลุมถึงตัวแปรอ้างอิง (reference values) และตัวแปรที่จะวัดจริง (monitoring variables) รวมถึงรูปแบบการตรวจสอบคุณภาพข้อมูล (data quality) เพื่อให้เมื่อผู้ประเมินภายนอก (VVB) มาทวนสอบ (verification) สามารถติดตามย้อนกลับได้อย่างชัดเจน

  5. การสื่อสารกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholders) : ใน PDD สำหรับโครงการ t-ver ต้องมีส่วนที่อธิบายว่าคุณได้จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็น (stakeholder consultation) อย่างไร, ใครเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย, วิธีการเชิญ, จัดประชุม, บันทึกประเด็นที่ขึ้นมา รวมถึงการตอบสนองต่อข้อเสนอแนะเหล่านั้น การทำส่วนนี้ให้ละเอียดและชัดเจนที่สุด ไม่เพียงช่วยให้ PDD ครบ แต่ยังแสดงให้ TGO เห็นถึงความโปร่งใสและการมีส่วนร่วมของชุมชนหรือผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งส่งผลดีต่อการผ่านการประเมินในครั้งเดียว

  6. เตรียมเอกสารภาคผนวกให้ครบ : ใน PDD สำหรับโครงการ t-ver ควรแนบเอกสารสนับสนุนในภาคผนวกที่จำเป็น เช่น
    • ใบอนุญาต (โรงงาน,ที่ดิน ฯลฯ)
    • ข้อมูลทางเทคนิค (แผนผัง, แผนการดำเนินงาน)
    • เอกสารการคำนวณ (ไฟล์ Excel, สมมติฐาน)
    • รายงาน stakeholder consultation
    • รายงานประเมินความเสี่ยง non-permanence (ถ้าเกี่ยวข้อง)
    • เอกสารอื่นๆ ที่ VVB หรือตัว TGO อาจต้องการ 

การจัดเอกสารให้เรียบร้อยและครบถ้วน จะช่วยให้การประเมินเป็นไปอย่างราบรื่น ลดข้อซักถามและโอกาสต้องแก้ไขซ้ำ

  1. ตรวจสอบความถูกต้องและให้ VVB Validate ก่อนยื่น : ก่อนส่ง PDD สำหรับโครงการ t-ver ไปยัง TGO คุณควรให้ Validation & Verification Body (VVB) ที่จดทะเบียนกับ TGO ตรวจสอบ PDD ของคุณ และต้องแนบเอกสารหลักฐานประกอบให้ครบถ้วนตั้งแต่ต้น เช่น ภาพถ่ายโครงการ, ใบอนุญาตต่างๆ, ผลการวิเคราะห์ข้อมูลหรือบันทึกการประชุมผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การจัดทำเอกสารอ้างอิงอย่างเป็นระบบและระบุตำแหน่งของข้อมูลที่ใช้ในการอ้างอิงใน PDD เพื่อมั่นใจว่าเนื้อหา สมมติฐานการคำนวณ แผนติดตามและส่วนอื่นๆ ถูกต้องและสามารถตรวจสอบได้เมื่อต้อง verification ในอนาคต  ซึ่งการทำ validation ให้เรียบร้อยก่อนส่ง จะช่วยลดโอกาสที่ TGO จะปฏิเสธหรือให้แก้ไขหลายรอบได้ ทำให้การประเมิน PDD ผ่านไปได้ด้วยดีในครั้งแรก

  2. เขียนรายงานประโยชน์ร่วม (Co-benefits) และความยั่งยืน : นอกจาก PDD หลักแล้ว การรวม Co-benefits Report (ประโยชน์ร่วม) ก็เป็นส่วนสำคัญของ โครงการ t-ver เพราะ TGO ให้ความสนใจถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม สังคมและเศรษฐกิจ (SDG-relevant) โดยให้เน้นถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นเกินแค่การลดก๊าซ เช่น การสร้างงาน, การอนุรักษ์ทรัพยากร, การฟื้นฟูระบบนิเวศหรือผลดีต่อชุมชน การนำเสนอประโยชน์ร่วมอย่างชัดเจนช่วยให้โครงการของคุณแข็งแกร่งและน่าดึงดูดคณะกรรมการ TGO ยิ่งขึ้น

  3. วางแผนการติดตามหลักความเสี่ยง : หากโครงการ t-ver ของคุณอยู่ในกลุ่มป่าไม้หรือเกษตรกรรม ต้องประเมินความเสี่ยงความไม่ถาวร (non-permanence risk) และวางมาตรการจัดการหรือ buffer (เครดิตสำรอง) เพื่อรองรับการสูญเสียคาร์บอนหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ให้ใส่ใน PDD รายละเอียดของมาตรการลดความเสี่ยง เช่น การประเมินความน่าจะเป็นของการสูญเสียคาร์บอน การติดตามความถี่การตรวจสอบและวิธีการสำรอง (credit buffer) หากจำเป็น

  4. ยื่นเอกสารให้ครบและติดตามผล : เมื่อ PDD และรายงานอื่นๆ (เช่น Co-benefits) พร้อมแล้ว ให้ยื่นเอกสารทั้งหมดตามแบบฟอร์มที่ TGO กำหนด (ดาวน์โหลดแบบฟอร์ม PDD ได้จากหน้าเว็บ T-VER) หลังจากยื่นให้ติดตามสถานะกับ TGO และ VVB อย่างใกล้ชิด พร้อมกับตรวจสอบ feedback และเตรียมพร้อมแก้ไขตามคำแนะนำ เพื่อให้โครงการ t-ver ของคุณผ่านการอนุมัติในรอบแรก นั่นเอง

การจัดทำ PDD ให้ผ่านการประเมินในครั้งเดียวต้องอาศัยความละเอียดรอบคอบ ความเข้าใจในหลักเกณฑ์ของ อบก. อย่างลึกซึ้ง และการแสดงความโปร่งใสในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การพิสูจน์ Additionality การเลือก Methodology ที่ถูกต้อง ไปจนถึงการจัดเตรียมเอกสารหลักฐานประกอบที่ครบถ้วนและเชื่อถือได้ การลงทุนเวลาและความพยายามในการจัดทำ PDD ของโครงการ t-ver อย่างมีคุณภาพตั้งแต่เริ่มต้น จะเป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกศักยภาพของคาร์บอนเครดิตและช่วยขับเคลื่อนเป้าหมายด้านความยั่งยืนขององค์กรให้บรรลุผลสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว

แหล่งที่มาของข้อมูล

เพื่อให้การจัดทำ PDD สำหรับโครงการ t-ver  เป็นไปอย่างราบรื่นและเพิ่มโอกาสในการผ่านการประเมินในครั้งเดียว CarbonWatch มีเครื่องมือประเมินการกักเก็บคาร์บอนภาคป่าไม้ของไทยคม ซึ่งเป็นบริการครบวงจรเพื่อสนับสนุนโครงการที่สอดคล้องกับแนวทางของ อบก. ไปจนถึงการสนับสนุนในการคำนวณปริมาณการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างแม่นยำและเป็นไปตามมาตรฐานสากล การใช้บริการจากผู้เชี่ยวชาญจะช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่าทุกองค์ประกอบของ โครงการ T-VER มีความแข็งแกร่งและพร้อมสำหรับการ Validation ทำให้คุณสามารถมุ่งเน้นไปที่การดำเนินโครงการได้อย่างเต็มที่

ติดต่อ THAICOM PUBLIC COMPANY LIMITED พร้อมให้คำปรึกษา

เทคโนโลยีอื่นๆ

คำถามที่พบบ่อย

No items found.

เริ่มต้นกับ CarbonWatch

"ลงทะเบียนและเริ่มสร้างโครงการของคุณได้ง่าย ๆ สัมผัสกับบริการจัดการคาร์บอน การกักเก็บคาร์บอนในต้นไม้
แบบครบวงจร ที่พร้อมช่วยให้การจัดการของคุณเป็นเรื่องง่าย"

เริ่มเลย