การคำนวณค่าการลดก๊าซเรือนกระจกแบบง่ายสำหรับผู้เริ่มต้นทำ PDD
ทำความเข้าใจในหลักการของการคำนวณค่าการลดก๊าซเรือนกระจก
การลดก๊าซเรือนกระจกเป็นวาระสำคัญระดับโลกที่ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับองค์กรหรือบุคคลที่ต้องการพัฒนาโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (T-VER) เพื่อให้ได้มาซึ่งคาร์บอนเครดิต หัวใจของกระบวนการนี้คือการจัดทำเอกสารข้อเสนอโครงการ (PDD: Project Design Document) ซึ่งส่วนที่ท้าทายที่สุดสำหรับผู้เริ่มต้นคือ "การคำนวณค่าการลดก๊าซเรือนกระจก" อย่างถูกต้องและแม่นยำ บทความนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นคู่มือฉบับง่าย เพื่ออธิบายหลักการพื้นฐาน สูตรคำนวณเบื้องต้นและแหล่งข้อมูลอ้างอิงที่เชื่อถือได้ เพื่อปูทางให้ผู้เริ่มต้นสามารถทำความเข้าใจและเริ่มต้นขั้นตอนการคำนวณได้อย่างมั่นใจ ก่อนเข้าสู่รายละเอียดทางเทคนิคที่ซับซ้อน
หลักการสำคัญของการคำนวณค่าการลดก๊าซเรือนกระจก
หลักการพื้นฐานที่เป็นหัวใจของการคำนวณค่าการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก คือ การเปรียบเทียบปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยสู่บรรยากาศในกรณีฐาน (Baseline) กับปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยออกมาจริง ในกรณีดำเนินโครงการ (Project Emission) ซึ่งผลต่างที่ลดลงคือปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่โครงการสามารถลดได้จริง โดยมีสูตรคำนวณแบบง่ายๆ คือ
ปริมาณการลดก๊าซเรือนกระจก (GHGReduction) คำนวณได้จาก :
GHGReduction = BEy − PEy − LEy
- BEy (Baseline Emission) : ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกใน กรณีฐาน ในปี y (ตัน CO2e/ปี)คือ สถานการณ์ที่ยังไม่ได้ดำเนินโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (ถ้าไม่ทำโครงการจะปล่อยก๊าซเท่าไหร่)
- PEy (Project Emission) : ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ในกรณีดำเนินโครงการ ในปี y (ตัน CO2e/ปี)คือ ปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยออกมาจากการดำเนินกิจกรรมของโครงการที่ลดก๊าซเรือนกระจกแล้ว
- LEy (Leakage Emission) : ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการรั่วไหล ในปี y (ตัน CO2e/ปี) คือการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้นนอกขอบเขตโครงการ แต่เป็นผลสืบเนื่องมาจากการดำเนินโครงการ
หมายเหตุ : หน่วยวัด CO2e คือปริมาณก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดจะถูกแปลงให้อยู่ในหน่วยของคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (Carbon Dioxide Equivalent : CO2e) เพื่อให้สามารถรวมผลกระทบของก๊าซเรือนกระจกทุกชนิด เช่น มีเทน (CH4), ไนตรัสออกไซด์ (N2O) มาเปรียบเทียบกับคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ได้
ขั้นตอนการคำนวณค่าการลดก๊าซเรือนกระจกเบื้องต้น
- กำหนดขอบเขตของโครงการ (Project boundary) และเลือก baseline scenario ดังนี้
- ระบุแหล่งการปล่อยก๊าซที่เกี่ยวข้อง เช่น การใช้ไฟฟ้า (grid electricity), เชื้อเพลิง (diesel, NG), การรั่วไหลของสารทำความเย็น ฯลฯ
- ระบุว่าฐานเปรียบเทียบคืออะไร เช่น หากไม่มีระบบพลังงานหมุนเวียน จะใช้ไฟฟ้าจากกริดเป็นหลัก) โดยข้อนี้ต้องอธิบายเหตุผลชัดเจนใน PDD ตามข้อกำหนดมาตรฐานต่างๆ
- ระบุแก๊สที่ต้องนับและแปลงเป็น CO₂ - equivalent (CO₂e) : ซึ่งโดยปกติจะนับ CO₂, CH₄, N₂O และกรณีสารอื่นๆ (HFCs, SF₆ ฯลฯ) ให้แปลงเป็น CO₂e ด้วยค่า GWP (100-year) ของ IPCC แนะนำใช้ค่าล่าสุด (AR6) ตามคำแนะนำสากล
- เลือกวิธีการคำนวณและค่า Emission Factors (EF) : เช่น มาตรฐาน (CDM / VCS / Gold Standard ฯลฯ) มักมี methodology / tool แนะนำหรือบังคับให้ใช้ (เช่น เครื่องมือคำนวณ emission factor สำหรับระบบไฟฟ้าหรือฐานการคำนวณเชื้อเพลิง) สำหรับในประเทศไทยผู้พัฒนาโครงการต้องเลือกใช้ระเบียบวิธีการลดก๊าซเรือนกระจก (Methodology) ที่จัดทำโดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก. หรือ TGO) ซึ่งจะมีสูตรและขั้นตอนการคำนวณที่เฉพาะเจาะจงสำหรับประเภทโครงการนั้นๆ เช่น
- เลือก Methodologies : เลือก Methodology (เช่น TVER-S-METH-01-01 การผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเพื่อจำหน่ายเข้าสู่โครงข่ายไฟฟ้า) ที่เหมาะสมกับกิจกรรมในโครงการของคุณ
- เก็บข้อมูลกิจกรรม (Activity Data: AD) : รวบรวมข้อมูลการดำเนินงานจริง เช่น ปริมาณการใช้ไฟฟ้า (หน่วย: kWh), ปริมาณการใช้เชื้อเพลิง (หน่วย: ลิตร/กิโลกรัม), ปริมาณวัสดุที่ลดการใช้
- ใช้ค่าสัมประสิทธิ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Emission Factor : EF ) : คือค่าที่ใช้แปลงข้อมูลกิจกรรม (AD) ให้เป็นปริมาณก๊าซเรือนกระจก (CO2e) ซึ่งค่า EF เหล่านี้มักถูกกำหนดและเผยแพร่โดย อบก. มีสูตรพื้นฐานคือ
การปล่อยGHG(ตัน CO2e) = ข้อมูลกิจกรรม(AD)×ค่าแฟกเตอร์การปล่อย (EF)
ตัวอย่างการคำนวณ : สมมติโครงการของคุณคือติดตั้งโซลาร์เซลล์เพื่อลดการใช้ไฟฟ้าจากโครงข่าย
- โครงการลดอะไร? : ลดการปล่อย CO2 จากการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าเดิม
- ข้อมูลที่ต้องใช้ : ปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตได้จากโซลาร์เซลล์ต่อปี (หน่วย: kWh/ปี)
- ค่า BEy (กรณีฐาน) : ปริมาณก๊าซที่ปล่อยถ้ายังใช้ไฟฟ้าจากโครงข่ายเหมือนเดิม
BEy=ปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตได้จากโซลาร์(kWh/ปี)×EFGrid(kg CO2e/kWh)
- EF_{\text{Grid}} คือ ค่าสัมประสิทธิ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกของระบบโครงข่ายไฟฟ้า (ค่านี้จะถูกกำหนดโดย อบก.)
- EF_{\text{Grid}} คือ ค่าสัมประสิทธิ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกของระบบโครงข่ายไฟฟ้า (ค่านี้จะถูกกำหนดโดย อบก.)
- ค่า PEy (กรณีดำเนินโครงการ) : ปริมาณก๊าซที่ปล่อยจากการดำเนินโครงการโซลาร์เซลล์ (ส่วนใหญ่มักเป็น 0 หรือน้อยมาก เช่น จากการใช้ไฟฟ้าในโครงการเล็กน้อย)
- ค่า LEy (การรั่วไหล) : ในโครงการติดตั้งโซลาร์เซลล์ขนาดเล็ก มักพิจารณาว่าไม่มีการรั่วไหล (LEy=0)
สมมติว่า : โซลาร์เซลล์ผลิตไฟฟ้าได้ 10,000 kWh/ปี
EFGrid = 0.4999 kg CO2e/kWh (ค่าสมมติตามข้อมูลจาก อบก. ณ ช่วงเวลาหนึ่ง)
BEy = 10,000 kWh/ปี×0.4999 kg CO2e/kWhBEy = 4,999 kg CO2e/ปี BEy = 4.999 ตัน CO2e/ปี
ดังนั้น GHGReduction = 4.999 ตัน CO2e/ปี−0−0 = 4.999 ตัน CO2e/ปี
- สร้างแผนการเก็บข้อมูล (Monitoring plan) : ควรระบุว่าต้องวัดอะไร (พลังงานที่ผลิต/ใช้, ปริมาณเชื้อเพลิง, ชั่วโมงการทำงาน, การเปลี่ยนแปลงกิจกรรม ฯลฯ) บ่อยแค่ไหน และเครื่องมือวัด/หลักฐานที่ใช้บันทึก โดยเอกสารมาตรฐานมี template/ตารางให้ใช้ Gold Standard for the Global Goals
- สูตรหลักที่ใช้ (รวมรูปแบบสำหรับไฟฟ้า)
- สูตรทั่วไปตาม PDD/CDM : Emission reductions = Baseline emissions − Project emissions − Leakage
- สำหรับกรณีการทดแทนไฟฟ้าจากกริด มีเครื่องมือของ UNFCCC (AM-Tool-05) ระบุสูตรสำหรับคำนวณการปล่อยจากการบริโภคไฟฟ้า โดยเครื่องมือนี้ยังให้ค่า default ที่อนุญาตในบางสถานการณ์ (เช่น 1.3, 0.4, 0.25 tCO₂/MWh ตามเงื่อนไข) ดังนั้นการเลือก EF มีผลมากต่อผลลัพธ์
เคล็ดลับสำคัญสำหรับผู้เริ่มต้นคำนวณค่าการลดก๊าซเรือนกระจก (เชิงปฏิบัติ)
- ใช้ methodology ที่ได้รับอนุมัติ ของมาตรฐานที่คุณจะไปขอรับรอง (VCS/Verra, Gold Standard, CDM ฯลฯ) เพราะแต่ละมาตรฐานมีข้อกำหนดการคำนวณและการยอมรับ EF/สมมติฐานต่างกัน
- อ้างอิง GWP ตาม IPCC (AR6) เพื่อการแปลงเป็น CO₂e (ใช้ค่าเดียวกันทั้ง PDD และรายงาน) — การเลือก AR4/AR5/AR6 ต้องระบุชัดเจน
- เลือก EF ที่ เหมาะสมที่สุด (country-specific > regional default > global default) และเก็บหลักฐานแหล่งที่มาของค่า EF (source, ปีของข้อมูล)
- เก็บข้อมูลวัดจริงให้ชัด (meter readings, fuel receipts, logbook) — หากเป็นไปได้ใช้การวัดมากกว่าการประมาณ และระบุความไม่แน่นอน (uncertainty) ใน PDD/monitoring plan
- ระบุการคำนวณอย่างโปร่งใสและอนุรักษ์นิยม (conservative) และต้องพิสูจน์ได้จากข้อมูล
การลดก๊าซเรือนกระจกผ่านการดำเนินโครงการ T-VER ไม่เพียงแต่สร้างรายได้จากคาร์บอนเครดิตเท่านั้น แต่ยังเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ การคำนวณค่าการลดก๊าซเรือนกระจกในเอกสาร PDD นั้น อาศัยหลักการเปรียบเทียบระหว่างปริมาณการปล่อยในกรณีฐาน กับปริมาณการปล่อยจริงของ โครงการ ซึ่งสามารถทำความเข้าใจได้ง่ายด้วยสูตรพื้นฐาน GHGReduction=BEy−PEy−LEy
หัวใจสำคัญคือการเลือกใช้ระเบียบวิธีการ (Methodology) และค่าสัมประสิทธิ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจก (EF) ที่เป็นปัจจุบันและได้รับการรับรองจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) การเริ่มต้นจากหลักการเหล่านี้และอ้างอิงจากแหล่งข้อมูลอย่างเป็นทางการจะช่วยให้ผู้เริ่มต้นสามารถจัดทำ PDD ได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพสูงสุด
หากองค์กรของคุณต้องการเริ่มต้นทำโครงการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างมืออาชีพ CarbonWatch พร้อมให้คำปรึกษาครบวงจร ตั้งแต่การจัดทำเอกสาร Project Design Document (PDD) การคำนวณค่าการลดก๊าซเรือนกระจกตามมาตรฐานสากล ไปจนถึงการตรวจสอบและขอรับรองคาร์บอนเครดิตอย่างถูกต้อง ทีมผู้เชี่ยวชาญของเราช่วยให้ทุกขั้นตอนเป็นเรื่องง่าย โปร่งใสและวัดผลได้จริง เพื่อให้องค์กรของคุณเดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero อย่างยั่งยืน
ติดต่อ THAICOM PUBLIC COMPANY LIMITED พร้อมให้คำปรึกษา





