General knowledge

ข้อตกลงปารีส (Paris Agreement) คืออะไร? มีความสำคัญต่อโลกและลดก๊าซเรือนกระจกอย่างไร

ข้อตกลงปารีส (Paris Agreement) คืออะไร? มีความสำคัญต่อโลกและลดก๊าซเรือนกระจกอย่างไร

ทำความรู้จักกับ Paris Agreement และความเชื่อมโยงกับการลดก๊าซเรือนกระจก

ลดก๊าซเรือนกระจก คือวาระเร่งด่วนที่สุดของมวลมนุษยชาติในศตวรรษนี้ ซึ่งข้อตกลงปารีส (Paris Agreement) เป็นความตกลงระหว่างประเทศครั้งประวัติศาสตร์ที่ได้รับการรับรองในปี 2015 ถือเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนความพยายามระดับโลกนี้ บทความนี้จะเจาะลึกว่าข้อตกลงปารีสคืออะไร มีเป้าหมายและมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อโลกในการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำได้อย่างไร โดยเน้นที่กลไกสำคัญอย่างเป้าหมายการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด (NDCs) ซึ่งเป็นหัวใจของการดำเนินการเพื่อต่อสู้กับวิกฤตสภาพภูมิอากาศในปัจจุบัน

ข้อตกลงปารีส (Paris Agreement) คืออะไร? เกี่ยวข้องอย่างไรกับการลดก๊าซเรือนกระจก

ข้อตกลงปารีสเป็นอนุสัญญาระหว่างประเทศภายใต้กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) ซึ่งได้รับการยอมรับโดยประเทศเกือบทั้งหมดในโลกเมื่อประชุม COP21 ที่ปารีสในปี 2015 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2016 จุดมุ่งหมายหลักคือจำกัดการเพิ่มของอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกให้อยู่ “ต่ำกว่า 2°C” และพยายามจำกัดให้ใกล้ 1.5°C เหนือระดับก่อนยุคอุตสาหกรรม พร้อมกับเสริมความสามารถของประเทศต่างๆ ในการปรับตัวต่อผลกระทบของสภาพอากาศและจัดการด้านการเงินที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ข้อตกลงปารีสมีเป้าหมายหลัก 3 ประการคือ

  • ควบคุมอุณหภูมิโลก : จำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกในศตวรรษนี้ให้ ต่ำกว่า 2 องศาเซลเซียส เมื่อเทียบกับระดับก่อนยุคอุตสาหกรรม และพยายามอย่างยิ่งที่จะจำกัดให้เพิ่มขึ้น ไม่เกิน 1.5 องศาเซลเซียส เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบที่ร้ายแรงที่สุด
  • สนับสนุนด้านการเงินให้สอดคล้องกับการพัฒนาคาร์บอนต่ำ : สร้างระบบเศรษฐกิจและการเงินที่สนับสนุนการลดก๊าซเรือนกระจก และการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยมีเป้าหมายให้กระแสการลงทุนและการเงินทั่วโลกสอดคล้องกับเส้นทางการพัฒนาที่ปล่อยก๊าซต่ำและยืดหยุ่นต่อสภาพภูมิอากาศ ข้อตกลงปารีสจึงกำหนดให้ประเทศพัฒนาแล้ว จัดสรรเงินทุนสนับสนุนประเทศกำลังพัฒนาอย่างน้อย 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี เพื่อช่วยในการลดก๊าซและการปรับตัว รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีสะอาดและการสร้างขีดความสามารถ
  • เพิ่มขีดความสามารถในการปรับตัว : ช่วยให้ประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศกำลังพัฒนาและประเทศที่เปราะบาง สามารถปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การวางระบบจัดการภัยพิบัติ (น้ำท่วม ภัยแล้ง พายุ), การพัฒนาเกษตรที่ทนทานต่อสภาพอากาศ, การวางแผนเมืองและโครงสร้างพื้นฐานที่ยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ

ความสำคัญของข้อตกลงปารีสช่วยลดก๊าซเรือนกระจกอย่างไร?

  1. กำหนดทิศทางสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) : ข้อตกลงปารีสเรียกร้องให้ประเทศต่างๆ บรรลุจุดสูงสุดของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลกโดยเร็วที่สุด และบรรลุความสมดุลระหว่างการปล่อยและการดูดซับก๊าซเรือนกระจก (Net Zero) ในช่วงครึ่งหลังของศตวรรษนี้ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ชัดเจนต่อตลาดโลกและภาคเอกชนว่าการพัฒนาจะต้องมุ่งไปสู่เทคโนโลยีสีเขียวและเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ
  2. กลไกการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด (Nationally Determined Contributions - NDCs) : หัวใจสำคัญของข้อตกลงปารีสคือการเปลี่ยนจากการกำหนดเป้าหมายจากส่วนกลางมาเป็น NDCs ซึ่งคือแผนปฏิบัติการของแต่ละประเทศ ในการลดก๊าซเรือนกระจกและปรับตัวต่อผลกระทบ การที่แต่ละประเทศกำหนดเป้าหมายของตนเองทำให้เกิดความรับผิดชอบและความเป็นเจ้าของแผนงาน (Ownership) มากขึ้น โดยมีหลักการสำคัญคือ
    • ความสมัครใจ (Voluntary) : แต่ละประเทศเสนอเป้าหมายของตนเอง
    • ความก้าวหน้า (Progression) : ข้อตกลงกำหนดให้ NDCs ใหม่ที่เสนอเข้ามาในทุก 5 ปี จะต้องมีความทะเยอทะยานและก้าวหน้ามากกว่าครั้งก่อน (Ratchet Mechanism) กลไกนี้ถูกออกแบบมาเพื่อ "ยกระดับ" ความมุ่งมั่นของโลกอย่างต่อเนื่อง
    ตัวอย่าง : ในประเทศไทยประกาศ NDC ปี 2022 ว่าจะลดก๊าซเรือนกระจก 30–40% ภายในปี 2030 เมื่อเทียบกับกรณีปกติ (BAU), สหภาพยุโรป (EU) ตั้งเป้าลดก๊าซ อย่างน้อย 55% ภายในปี 2030 จากระดับปี 1990 กลไกนี้ทำให้แต่ละประเทศต้องดำเนินการตามเป้าหมายของตนเองอย่างต่อเนื่อง และเปิดเผยต่อสาธารณะ ซึ่งก่อให้เกิดแรงกดดันทางสังคมและทางเศรษฐกิจไปพร้อมกัน
  3. การสร้างความโปร่งใสและการตรวจสอบ : ข้อตกลงได้สร้างระบบของกรอบความโปร่งใสที่เพิ่มขึ้น (Enhanced Transparency Framework - ETF) เพื่อให้มั่นใจว่าประเทศต่างๆ “ทำจริง” ไม่ใช่แค่ “พูดไว้เฉย ๆ” ซึ่งเป็นระบบติดตามและตรวจสอบการลดก๊าซเรือนกระจก ที่โปร่งใสและมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก โดยประเทศต่างๆ ต้องรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตาม NDCs อย่างสม่ำเสมอและโปร่งใส โดยมีการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญ ทำให้เกิดความน่าเชื่อถือและความรับผิดชอบระหว่างประเทศ
  4. การระดมเงินทุนเพื่อการเปลี่ยนแปลง : หนึ่งในอุปสรรคของประเทศกำลังพัฒนา คือ ขาดงบประมาณและเทคโนโลยีในการลดการปล่อยก๊าซ ข้อตกลงปารีสจึงกำหนดให้ประเทศพัฒนาแล้ว ต้องสนับสนุนทางการเงินและเทคโนโลยี เพื่อการเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศ โดยเรียกร้องให้ประเทศพัฒนาแล้วสนับสนุนด้านการเงินแก่ประเทศกำลังพัฒนา เพื่อช่วยในการลดก๊าซเรือนกระจกและการปรับตัวต่อผลกระทบ ซึ่งช่วยส่งเสริมให้เกิดการลงทุนในโครงการพลังงานหมุนเวียน โครงสร้างพื้นฐานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและระบบเตือนภัยล่วงหน้า โดยมีการตั้งกองทุนหลัก ได้แก่
    • Green Climate Fund (GCF) สำหรับสนับสนุนโครงการลดก๊าซและการปรับตัว
    • Technology Mechanism เพื่อช่วยให้ประเทศกำลังพัฒนาเข้าถึงเทคโนโลยีสะอาด
    นอกจากนี้ยังมีเป้าหมายให้ประเทศพัฒนาแล้วร่วมกัน ระดมเงินไม่น้อยกว่า 100 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี เพื่อช่วยประเทศกำลังพัฒนาในการเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ
  5. การสร้างแรงกระตุ้นทางเศรษฐกิจและสังคม : ข้อตกลงปารีสเปิดทางให้ประเทศต่างๆ สามารถใช้กลไกตลาดคาร์บอน ในการบรรลุเป้าหมายได้ เช่น การค้าขายคาร์บอนเครดิตระหว่างประเทศ, การลงทุนข้ามพรมแดนในโครงการลดก๊าซเรือนกระจก และกลไกความร่วมมือที่ไม่ใช้ตลาด (Non-market Approaches) กลไกนี้ช่วยให้ประเทศที่มีศักยภาพในการลดก๊าซสูง เช่น การปลูกป่า หรือโครงการพลังงานสะอาด สามารถขายคาร์บอนเครดิตให้ประเทศอื่นที่ต้องการชดเชยการปล่อยก๊าซได้ เป็นการเพิ่มแรงจูงใจทางเศรษฐกิจให้ภาคเอกชนเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในระบบลดคาร์บอนระดับโลก

สถานะปัจจุบัน : ความสำเร็จและความท้าทายในการลดก๊าซเรือนกระจก

ความสำเร็จ : เกือบทุกประเทศเป็นภาคี มีกรอบ MRV และมีการทบทวนร่วม (Global Stocktake) ซึ่งทำให้การร่วมมือเป็นเรื่องต่อเนื่องและมีรอบการปรับปรุง

ความท้าทายสำคัญ : รายงานจากการทบทวนครั้งแรก (Global Stocktake) และการประเมินทางวิทยาศาสตร์ของ IPCC ชี้ว่า ระดับความทะเยอทะยานของ NDCs ในปัจจุบันยังไม่เพียงพอ ที่จะพาโลกไปสู่เส้นทาง 1.5°C ต้องมีการยกระดับการลดก๊าซอย่างรวดเร็วและการลงทุนเชิงระบบในทศวรรษหน้า

กล่าวโดยสรุป ข้อตกลงปารีสไม่ได้เป็นเพียงแค่เอกสารทางกฎหมาย แต่เป็นพิมพ์เขียวสำหรับอนาคตที่ยั่งยืนของโลก ด้วยการกำหนดเป้าหมายที่ทะเยอทะยานแต่เป็นไปได้ในการจำกัดอุณหภูมิโลกและสร้างกลไกการยกระดับความมุ่งมั่นทุก 5 ปี ทำให้ข้อตกลงนี้เป็นพลังขับเคลื่อนให้ประเทศต่างๆ ทั่วโลกต้องเร่งดำเนินการลดก๊าซเรือนกระจก ผ่านแผน NDCs ที่เข้มข้นขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความสำเร็จของข้อตกลงนี้จึงขึ้นอยู่กับความรับผิดชอบร่วมกันของทุกประเทศในการเปลี่ยนผ่านจากเชื้อเพลิงฟอสซิลไปสู่พลังงานสะอาด เพื่อให้แน่ใจว่าโลกจะสามารถหลีกเลี่ยงผลกระทบที่ร้ายแรงที่สุดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และส่งต่อโลกที่น่าอยู่ให้แก่คนรุ่นต่อไป

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

CarbonWatch เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการคาร์บอนครบวงจร ที่ช่วยให้องค์กรและภาคธุรกิจสามารถติดตาม วิเคราะห์และรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การจัดทำคาร์บอนฟุตพรินท์องค์กร (Carbon Footprint) ไปจนถึงการพัฒนาโครงการลดก๊าซเรือนกระจก (PDD) และการจัดทำรายงานตามมาตรฐานสากล เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานให้สอดคล้องกับ ข้อตกลงปารีส (Paris Agreement) และเป้าหมาย Net Zero Emission ของโลก ช่วยให้องค์กรก้าวสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนได้อย่างมั่นคงและตรวจสอบได้จริง

ติดต่อ THAICOM PUBLIC COMPANY LIMITED พร้อมให้คำปรึกษา

Related technology

คำถามที่พบบ่อย

No items found.

Get started with CarbonWatch

"Register and easily start your project. Experience a comprehensive carbon management service designed to make your management simple and seamless."

Get Started