สิ่งที่คุณควรรู้ก่อนเริ่มการซื้อขายคาร์บอนเครดิต
คาร์บอนเครดิต กลายเป็นกลไกทางเศรษฐศาสตร์ที่สำคัญและทรงพลังที่สุดในการรับมือกับวิกฤตการณ์เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในปัจจุบัน การเข้าสู่ตลาดซื้อขาย Carbon Credit ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงองค์กรขนาดใหญ่เท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ เกษตรกรและนักลงทุนรายย่อยได้มีส่วนร่วมในการสร้างรายได้ ควบคู่ไปกับการบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนของประเทศ อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นศึกษา ตลาดนี้อาจดูซับซ้อนด้วยขั้นตอนและหลักเกณฑ์ที่ต้องทำความเข้าใจอย่างละเอียด บทความนี้จึงขอเป็นคู่มือที่อธิบายขั้นตอนการซื้อขาย Carbon Credit ไปจนถึงข้อควรรู้สำคัญที่นักลงทุนมือใหม่ไม่ควรมองข้าม เพื่อให้คุณสามารถก้าวเข้าสู่ตลาดนี้ได้อย่างมั่นใจและมีประสิทธิภาพ
ข้อควรรู้ก่อนเริ่มซื้อขายคาร์บอนเครดิตสำหรับมือใหม่
- มาตรฐานและความน่าเชื่อถือ
- มาตรฐาน T-VER : ในการซื้อขายในประเทศควรเน้น Carbon Credit ที่ได้รับรองภายใต้โครงการ T-VER ของ อบก. ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ยอมรับในประเทศ
- Additionality (ความเป็นส่วนเพิ่มเติม) : โครงการที่สร้างคาร์บอนเครดิตได้นั้น ต้องเป็นกิจกรรมที่เพิ่มเติมจากการดำเนินงานตามปกติ (Business as Usual - BAU) หากเป็นกิจกรรมที่ต้องทำอยู่แล้วตามกฎหมายหรือเป็นเทคโนโลยีที่ใช้กันทั่วไปจะไม่สามารถสร้างเครดิตได้
- No Double Counting (ไม่นับซ้ำ) : เครดิตต้องถูกนับเพียงครั้งเดียวเท่านั้น และเมื่อนำไปใช้ชดเชย (Cancellation) แล้ว จะไม่สามารถนำกลับมาขายซ้ำได้อีก
- ความท้าทายของโครงการ
- ข้อจำกัดของโครงการ : โครงการป่าไม้ของ T-VER อาจมีข้อกำหนด เช่น ขนาดแปลงขั้นต่ำ (เช่น 10 ไร่), การถือครองเอกสารสิทธิ์ที่ดินและระยะเวลาการดำเนินโครงการ (เช่น 10 ปี)
- ต้นทุนการดำเนินโครงการ : การพัฒนาโครงการ การตรวจวัด การทวนสอบและการขอรับรอง ล้วนมีต้นทุนที่สูง ผู้ขายต้องพิจารณาความคุ้มทุนก่อนเริ่ม
- ความผันผวนของราคา : ตลาดคาร์บอนเครดิตภาคสมัครใจยังมีการเติบโตและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ราคาอาจมีความผันผวนขึ้นอยู่กับอุปสงค์ (ความต้องการชดเชยขององค์กรต่างๆ) และอุปทาน (ปริมาณเครดิตที่ผลิตได้)
- ช่องทางการซื้อขาย
- การซื้อขายโดยตรง (OTC) : มีความยืดหยุ่นในการเจรจา แต่ผู้ซื้อต้องตรวจสอบความถูกต้องและสถานะของเครดิตกับผู้ขายโดยตรง
- แพลตฟอร์มตลาด (เช่น FTIX) : เพิ่มความโปร่งใสและมีกลไกที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการจับคู่ แต่มีค่าธรรมเนียมการใช้บริการ
- เป้าหมายหลัก : หลักการสำคัญที่สุดคือ องค์กรควรลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกด้วยตนเองให้ได้มากที่สุดก่อน แล้วจึงใช้กลไกการซื้อ Carbon Credit เพื่อชดเชยปริมาณที่เหลือเท่านั้น การซื้อเครดิตไม่ควรเป็นข้ออ้างในการไม่ปรับปรุงกระบวนการลดการปล่อยก๊าซของตนเอง
ภาพรวมขั้นตอนสำหรับผู้ซื้อคาร์บอนเครดิต
- วัดคาร์บอนของตัวเอง (GHG inventory) : รวบรวมข้อมูลการปล่อย (Scope 1/2/3) เพื่อรู้ช่องว่างที่ต้องการชดเชยหรือเป้าลดการปล่อย
- ตั้งกลยุทธ์การลดก่อนซื้อ : ลดการปล่อยให้มากที่สุดก่อน แล้วใช้เครดิตเฉพาะส่วนที่ยังลดไม่ได้ (credit-as-last-resort) แนวทางใหม่จากผู้กำกับตลาดชี้ให้ชัดว่าการซื้อเครดิตต้องมาพร้อมกับการลดจริงขององค์กร
- เลือกประเภทเครดิตและมาตรฐาน : ตัดสินใจว่าจะซื้อคาร์บอนเครดิตจากโครงการประเภทใด (reduction vs removal; nature-based vs engineered) และเลือกมาตรฐานรับรอง เช่น Verra (VCS), Gold Standard ฯลฯ โดยมาตรฐานเหล่านี้กำหนดวิธีวัด ตรวจสอบและออกเครดิต
- ทำ Due Diligence (ตรวจสอบคุณภาพเครดิต) : ตรวจเช็คเรื่องเพิ่มเติม (additionality), ความยั่งยืน (permanence), leakage, วิธีการวัด (methodology), รอบการตรวจสอบ (verification frequency) และประโยชน์ร่วม (co-benefits) เช่น ชุมชนหรือความหลากหลายทางชีวภาพ ปัจจุบันมีกรอบคุณภาพสากล เช่น Core Carbon Principles (ICVCM) เป็นตัวช่วยประเมินความน่าเชื่อถือของเครดิต
- เลือกช่องทางซื้อ : เช่น ผ่านโบรกเกอร์/แพลตฟอร์มซื้อขาย (marketplaces/exchanges), ซื้อโดยตรงจากผู้พัฒนาโครงการ (project developer), หรือลงทะเบียน/ซื้อผ่าน registry (เช่น Verra Registry) ซึ่งแต่ละช่องทางมีข้อดี/ข้อเสียเรื่องราคา ความโปร่งใสและการบริการหลังการขายที่แตกต่างกัน
- ทำสัญญา & KYC/การโอนเครดิต : เมื่อเลือกเครดิตแล้วทำสัญญาซื้อขาย ระบุเรื่องการโอน/การเก็บไว้ (transfer) และการ retire เครดิต (เมื่อจะนำไปใช้ชดเชย ต้อง retire เพื่อไม่ให้เครดิตนั้นถูกนำมาใช้ซ้ำ)
ภาพรวมขั้นตอนสำหรับผู้ขาย / พัฒนาโครงการคาร์บอนเครดิต
- ออกแบบโครงการ : ระบุกิจกรรมที่จะลด/กำจัด CO₂ และเลือก methodology ที่เกี่ยวข้อง (มาตรฐานต่างๆ จะมีวิธีการเฉพาะ)
- Validate (ตรวจรับรองครั้งแรก) : ผู้ตรวจรับรองอิสระ (third-party auditor) มาตรวจว่าโครงการสอดคล้องกับ methodologyและมาตรฐาน
- Implement & Monitor : ดำเนินโครงการตามแผนและเก็บข้อมูลเพื่อพิสูจน์การลดจริงตามเกณฑ์
- Verification & Issuance : ให้ผู้ตรวจสอบภายนอกมายืนยันผลการลด แล้วมาตรฐานออกเครดิต (issuance) เข้าสู่ registry
- ขายหรือจดเข้าตลาด : หลัง issuance สามารถขายผ่าน marketplace, broker หรือขายตรงให้ผู้ซื้อ และเมื่อขายแล้วผู้ซื้อจะโอน/retire เครดิตตามเงื่อนไข
เกณฑ์คุณภาพหลักที่ต้องตรวจสอบ สำหรับผู้ซื้อและผู้ลงทุนคาร์บอนเครดิต
- Additionality (ความเพิ่มขึ้น) : เครดิตต้องแสดงว่าโครงการจะไม่เกิดขึ้นหากไม่ได้รับรายได้จากเครดิต
- Permanence (ความคงทน) : โดยเฉพาะโครงการป่าไม้ ต้องพิจารณาความเสี่ยงการเกิดการปล่อยคืน (เช่น ไฟป่า) และมีมาตรการรับประกัน
- Leakage : ตรวจว่าการลดในพื้นที่หนึ่งไม่ได้ทำให้เกิดการปล่อยเพิ่มที่อื่น
- Double counting / Double claiming : ตรวจว่าค่าเครดิตไม่ได้ถูกเรียกร้องโดยหลายฝ่าย (เช่น รัฐ vs ผู้ซื้อ) ต้องดูใน registry ว่าเครดิตถูก retire หรือยัง
- Methodology & Vérification frequency : วิธีคำนวณต้องเชื่อถือได้และมีการตรวจสอบเป็นประจำ
- Social & Biodiversity cobenefits : หากต้องการประโยชน์ร่วมให้ดูรายงานผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม
- การปฏิบัติตามเกณฑ์สากลใหม่ : โปรเจกต์บางส่วนอาจไม่ผ่านมาตรฐานใหม่ของ ICVCM/CCP ซึ่งมีผลต่อความต้องการของผู้ซื้อ (และราคา)
ข้อควรรู้และความเสี่ยงสำคัญของการซื้อขายคาร์บอนเครดิต
- อย่าใช้เครดิตเป็นข้ออ้างในการไม่ลดการปล่อย (greenwashing) — จัดลำดับการลดภายในองค์กรก่อนเสมอ
- ตรวจสอบมาตรฐานและ registry — เครดิตคุณภาพต่ำสามารถส่งผลเสียทั้งด้านชื่อเสียงและการเงิน ควรตรวจว่ามาตรฐาน/methodology ที่คุณเลือกใช้ได้รับการยอมรับ
- ติดตามการพัฒนาเกณฑ์สากล เพราะตลาดและมาตรฐานเปลี่ยนเร็ว เช่น ICVCM/CCP ออกเกณฑ์ใหม่และประเมินโปรเจกต์เดิม เพราะอาจทำให้คาร์บอนเครดิตบางส่วนลดมูลค่าหรือถูกตัดสิทธิ์
- เรื่องภาษีและกฎหมายท้องถิ่น — ตรวจสอบกฎหมายภายในประเทศ (บางประเทศมีกฎห้าม/ควบคุมการใช้เครดิต) รวมถึงผลทางบัญชีและภาษี ในกรณีประเทศไทย ควรดูแนวทางจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเช่น TGO/สำนักสิ่งแวดล้อม
- ความเสี่ยงราคาตลาด — ราคามีความผันผวน ขึ้นอยู่กับอุปสงค์-อุปทานและความน่าเชื่อถือของเครดิต
การซื้อขายคาร์บอนเครดิตถือเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจที่มาพร้อมกับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สำหรับมือใหม่ที่ต้องการประสบความสำเร็จในตลาดนี้ กุญแจสำคัญคือการทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การยื่นขอรับรองโครงการ T-VER กับ อบก. ไปจนถึงการดำเนินการซื้อขายผ่านช่องทางที่โปร่งใสและน่าเชื่อถือ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการยึดมั่นในหลักการพื้นฐานที่ว่า คาร์บอนเครดิตควรถูกใช้เพื่อชดเชย ส่วนที่เหลือจากการลดก๊าซเรือนกระจกด้วยตนเองอย่างเต็มที่แล้วเท่านั้น การปฏิบัติตามมาตรฐานสากลและหลักการไม่นับซ้ำ จะเป็นรากฐานที่สร้างความน่าเชื่อถือให้กับเครดิตของคุณ และทำให้คุณเป็นส่วนหนึ่งที่ขับเคลื่อนโลกไปสู่เป้าหมาย Net Zero ได้อย่างยั่งยืน
แหล่งที่มาของข้อมูล
- new-framework-issued-tackling-scope-3-emissions-gap-2025-05-23
- around-third-carbon-credits-fail-new-benchmark-test-2024-08-06
- verified-carbon-standard
- core-carbon-principles
- verra.org/registry/overview
- how-to-create-verify-and-trade-carbon-credits
- carbon-markets
หากคุณต้องการเริ่มต้นซื้อ–ขายคาร์บอนเครดิตอย่างมั่นใจ CarbonWatch คือผู้ช่วยมืออาชีพที่พร้อมดูแลครบวงจร เพราะเราคือผู้นำเทคโนโลยีอวกาศเพื่อสิ่งแวดล้อมและคาร์บอนเครดิตในไทย ผู้บุกเบิกรายแรกของไทยที่ใช้ เทคโนโลยีอวกาศ และ ดาวเทียมสำรวจโลก ในการจัดการสิ่งแวดล้อมและลดก๊าซเรือนกระจก ผ่านการประเมินการกักเก็บคาร์บอนในต้นไม้แบบเรียลไทม์ ด้วย AI โดยใช้ภาพถ่ายดาวเทียม ความละเอียดสูง เพื่อให้การดำเนินธุรกิจของคุณตอบโจทย์เป้าหมายความยั่งยืน (Net Zero) อย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน พร้อมช่วยวางกลยุทธ์ด้านสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมกับองค์กรของคุณในระยะยาว
ติดต่อ THAICOM PUBLIC COMPANY LIMITED พร้อมให้คำปรึกษา





