โครงการ T-VER (Thailand Voluntary Emission Reduction Program) ที่จัดตั้งโดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) ถือเป็นกลไกสำคัญที่เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนของประเทศไทย มีส่วนร่วมในการลดการปล่อยหรือเพิ่มการดูดซับก๊าซเรือนกระจกในประเทศโดยความสมัครใจ ซึ่งโครงการที่ผ่านการขึ้นทะเบียน t-ver และรับรองจาก อบก. จะได้รับคาร์บอนเครดิตที่สามารถนำไปซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนในตลาดคาร์บอนภาคสมัครใจในประเทศ เพื่อเป็นรายได้เสริมในองค์กรต่อไป บทความนี้คือคู่มือที่จะอธิบายขั้นตอนของการขึ้นทะเบียนโครงการอย่างละเอียด ที่จะนำคุณไปทำความเข้าใจ 7 ขั้นตอนหลัก ตั้งแต่การเริ่มต้นพัฒนาโครงการไปจนถึงการได้รับรองคาร์บอนเครดิต
ทำความรู้จักกับคู่มือการขึ้นทะเบียน t-ver
โครงการ T-VER คือมาตรฐานการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจของประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission Reduction) ที่บริหารโดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (TGO) เพื่อรับรองปริมาณการลด/การดูดซับก๊าซเรือนกระจก และออกเป็นคาร์บอนเครดิตสำหรับกิจกรรมหรือโครงการต่างๆ ในประเทศ โดยมี 2 กระบวนการหลักคือ การขึ้นทะเบียนโครงการ (Project Registration) และการรับรองปริมาณก๊าซเรือนกระจก / ออกเครดิต (Validation & Verification → Issuance of credits) ด้วยมีขั้นตอนดังนี้
7 ขั้นตอนการขึ้นทะเบียน t-ver ตั้งแต่เริ่มต้นจนได้คาร์บอนเครดิต
ขั้นตอนที่ 1 การพัฒนาโครงการ (Project Development) : ในขั้นตอนนี้ผู้พัฒนาโครงการต้องตัดสินใจว่าจะดำเนินการลดก๊าซเรือนกระจกด้วยกิจกรรมใด เช่น การใช้พลังงานหมุนเวียน การเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานหรือการปลูกป่า จากนั้นจึงจัดทำเอกสารข้อเสนอโครงการ (Project Design Document : PDD) ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญที่ระบุรายละเอียดของโครงการ เช่น
- รายละเอียดของโครงการและขอบเขต
- การคำนวณปริมาณการลด/กักเก็บก๊าซเรือนกระจก
- การแสดงความเป็นโครงการที่ดำเนินการเพิ่มเติมจากการดำเนินงานตามปกติ
- แผนการติดตามประเมินผล (Monitoring Plan)
นอกจากนี้ อาจต้องมีการจัดทำรายงานการประเมินผลประโยชน์ร่วม (Co-benefit Report) ซึ่งแสดงให้เห็นถึงประโยชน์อื่นๆ ที่โครงการก่อให้เกิด เช่น ด้านสังคม สิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจ
ขั้นตอนที่ 2 การตรวจสอบความใช้ได้ : เมื่อจัดทำ PDD เสร็จสิ้น ผู้พัฒนาโครงการต้องนำ PDD ไปให้ผู้ประเมินภายนอกสำหรับโครงการภาคสมัครใจ (Validation and Verification Body : VVB) ที่ได้รับการขึ้นทะเบียน t-ver จาก อบก. ดำเนินการตรวจสอบความใช้ได้
- โดยVVB จะทำการตรวจสอบว่าเอกสาร PDD มีความครบถ้วน ถูกต้องตามระเบียบวิธีการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจ (T-VER Methodology) ที่เลือกใช้และเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ อบก. กำหนดหรือไม่
- หากผ่านการตรวจสอบ VVB จะออก รายงานการตรวจสอบความใช้ได้ (Validation Report) ให้
ขั้นตอนที่ 3 การยื่นขอขึ้นทะเบียนโครงการ : ผู้พัฒนาโครงการยื่นเอกสารทั้งหมดที่จัดเตรียมไว้ พร้อมใบคำขอขึ้นทะเบียนโครงการ T-VER ไปยัง อบก. เพื่อพิจารณาขึ้นทะเบียน โดยเอกสารที่ต้องใช้ประกอบด้วย
- ใบคำขอขึ้นทะเบียน t-ver
- เอกสารข้อเสนอโครงการ (PDD) (ที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว)
- รายงานการตรวจสอบความใช้ได้ (Validation Report)
- รายงานการประเมินผลประโยชน์ร่วม (Co-benefit Report)
- เอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องตามข้อกำหนดของ อบก.
ขั้นตอนที่ 4 การขึ้นทะเบียนโครงการโดย อบก. : โดย อบก. จะพิจารณาเอกสารทั้งหมดที่ยื่นมา เพื่อให้มั่นใจว่าโครงการเป็นไปตามหลักเกณฑ์และข้อกำหนดของโครงการ T-VER
- เมื่อ อบก. ให้การรับรองและประกาศขึ้นทะเบียน t-ver แล้วโครงการจะได้รับ รหัสโครงการ T-VER
- ขั้นตอนนี้อาจมีค่าธรรมเนียมตามที่ อบก. กำหนด
ขั้นตอนที่ 5 การติดตามประเมินผล : เมื่อโครงการได้รับการขึ้นทะเบียนแล้ว ผู้พัฒนาโครงการจะต้องดำเนินการตามแผนการติดตามประเมินผลที่ระบุไว้ใน PDD ดังนี้
- ต้องมีการเก็บรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการลด/กักเก็บก๊าซเรือนกระจก ตามรอบระยะเวลาที่กำหนด
- จัดทำรายงานการติดตามประเมินผลปริมาณก๊าซเรือนกระจก (Monitoring Report : MR) เพื่อแสดงปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดหรือกักเก็บได้จริงในช่วงเวลาที่รายงาน
ขั้นตอนที่ 6 การทวนสอบ (Verification) : รายงานการติดตามประเมินผล (MR) ที่จัดทำขึ้นจะต้องถูกนำไปให้ VVB รายเดิมหรือรายใหม่ดำเนินการทวนสอบ (Verification) โดย
- VVB จะทำการตรวจสอบว่าข้อมูลและวิธีการคำนวณใน MR มีความน่าเชื่อถือ โปร่งใส และถูกต้องตาม PDD รวมถึงระเบียบวิธีที่ใช้
- หากผ่านการทวนสอบ VVB จะออก รายงานการทวนสอบ (Verification Report) ให้
ขั้นตอนที่ 7 การรับรองคาร์บอนเครดิตและการออก T-VER Credit : ผู้พัฒนาโครงการต้องยื่นรายงานการติดตามประเมินผลที่ผ่านการทวนสอบแล้วไปยัง อบก. เพื่อขอรับรองปริมาณการลด/กักเก็บก๊าซเรือนกระจกและออกคาร์บอนเครดิต เพื่อ อบก. จะได้ดำเนินการต่อไปดังนี้
- อบก. จะพิจารณารายงานและออก T-VER Credit ในรูปแบบหน่วยตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO2eq) เข้าสู่บัญชี T-VER Credit ของผู้พัฒนาโครงการที่ได้เปิดไว้กับ อบก.
- ปริมาณ T-VER Credit ที่ได้รับสามารถนำไปใช้ชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือซื้อขายในตลาดคาร์บอนต่อไปได้
เอกสาร/รายการเช็คลิสต์ที่ต้องเตรียมสำหรับการขึ้นทะเบียน t-ver
- PDD / Project Brief ตามแบบฟอร์ม T-VER (รวมวิธีคำนวณ baseline และ monitoring plan)
- หลักฐานข้อมูลพื้นฐาน (historical energy use, invoices, bills, meter data)
- ใบอนุญาต/เอกสารทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรม (ถ้ามี)
- เอกสารสัญญา/ใบเสนอราคา (สัญญาซื้อขายไฟ, สัญญาจัดซื้ออุปกรณ์).
- แบบฟอร์มการสมัครขึ้นทะเบียน และค่าธรรมเนียมการพิจารณา (ตามประกาศ TGO)
- รายงานจาก VVB (validation/verification report) เมื่อเสร็จสิ้นการตรวจ
การดำเนินการตามคู่มือการขึ้นทะเบียน t-ver ฉบับสมบูรณ์ที่เราได้กล่าวไปแล้วทั้ง 7 ขั้นตอนอย่างเคร่งครัด นับเป็นก้าวสำคัญที่จะเปลี่ยนการดำเนินงานลดก๊าซเรือนกระจกของคุณให้กลายเป็นมูลค่าที่จับต้องได้ ซึ่งการขึ้นทะเบียนโครงการ T-VER ไม่ได้เป็นเพียงการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์เท่านั้น แต่ยังเป็นการยืนยันความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม (ESG) ซึ่งช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กร ซึ่งโครงการ T-VER พิสูจน์แล้วว่าเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังในการขับเคลื่อนประเทศสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ด้วยการสรุปขั้นตอนอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การพัฒนาโครงการ การตรวจสอบความใช้ได้ การขึ้นทะเบียน การติดตามผล การทวนสอบ จนถึงการออกเครดิต ผู้พัฒนาโครงการทุกท่านจึงมั่นใจได้ว่าจะสามารถเข้าสู่ตลาดคาร์บอนของไทย และมีส่วนร่วมในการสร้างเศรษฐกิจสีเขียวได้อย่างยั่งยืน
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- ขั้นตอนการพัฒนาโครงการ T-VER : ghgreduction.tgo.or.th/en/project-development-steps/project-development-steps.html
สำหรับผู้พัฒนาโครงการที่พร้อมเริ่มต้นขึ้นทะเบียน t-ver หรือต้องการยกระดับการจัดการคาร์บอนเครดิตของตนเองให้มีประสิทธิภาพสูงสุด การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลคือคำตอบ CarbonWatch คือแพลตฟอร์มและบริการครบวงจรที่จะช่วยลดความซับซ้อนของงานเอกสารและการคำนวณ ทำให้โครงการของคุณสามารถเดินหน้าได้อย่างราบรื่น ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการทวนสอบ เพื่อให้คุณสามารถมุ่งเน้นไปที่การดำเนินงานเพื่อลดก๊าซเรือนกระจกได้อย่างเต็มที่
ติดต่อ THAICOM PUBLIC COMPANY LIMITED พร้อมให้คำปรึกษา





