ความรู้ทั่วไป

คนเมืองจะช่วยสนับสนุนป่าชุมชนได้อย่างไร? (ซื้อผลิตภัณฑ์, ท่องเที่ยว, เป็นอาสาสมัคร)

คนเมืองจะช่วยสนับสนุนป่าชุมชนได้อย่างไร? (ซื้อผลิตภัณฑ์, ท่องเที่ยว, เป็นอาสาสมัคร)

พลังของคนเมืองในการสนับสนุนป่าชุมชน เพื่อความยั่งยืนของทุกคน

ป่าชุมชน คือหัวใจสำคัญของระบบนิเวศและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของท้องถิ่น แต่ในโลกที่แบ่งแยกอย่างชัดเจนระหว่างเมืองและชนบท หลายคนอาจมองว่าการดูแลรักษาผืนป่าเหล่านี้เป็นเรื่องไกลตัว ซึ่งในความเป็นจริง พลังแห่งการอนุรักษ์นั้นไม่อาจเกิดขึ้นได้ด้วยชุมชนเพียงลำพัง เพราะการอยู่รอดของป่าส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพอากาศ น้ำและความมั่นคงทางอาหารของคนทุกคน บทความนี้จะขอนำเสนอแนวทางของคนเมืองซึ่งมีกำลังซื้อ มีทักษะและมีเครือข่าย ให้สามารถใช้พลังของตนเพื่อเชื่อมโยงและสนับสนุนป่าของชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรม

เหตุผลสำคัญที่คนเมืองควรสนับสนุนป่าชุมชน

  • ช่วยรักษาระบบนิเวศที่ส่งผลดีต่อคนเมืองอย่างมหาศาล : เพราะป่าเป็นแหล่งต้นน้ำสำคัญที่คอยดูดซับน้ำฝนและปล่อยน้ำใสสะอาดสู่แม่น้ำลำธาร, ทำหน้าที่เป็นปอดของประเทศที่ช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ส่งผลกระทบต่อคนเมืองทุกคน อีกทั้งรากของต้นไม้ยังช่วยยึดหน้าดิน ป้องกันการพังทลายของดินและโคลนถล่ม ซึ่งมักจะสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อโครงสร้างพื้นฐานและเศรษฐกิจโดยรวม เป็นต้น
  • ช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนและลดความเหลื่อมล้ำของสังคมได้ : ป่าชุมชน สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวเชิงนิเวศป่าไม้ได้ และยังสามารถนำผลิตภัณฑ์จากป่า เช่น สมุนไพร, เห็ด, หน่อไม้, น้ำผึ้ง หรือชา/กาแฟ มาขายเพื่อเป็นการกระจายรายได้จากการท่องเที่ยวสู่ชุมชนที่เป็นธรรมให้กับคนในท้องถิ่น และจูงใจให้ชุมชนเห็นคุณค่าของการอนุรักษ์มากกว่าการทำลายป่า ทำให้ชุมชนมีเงินทุนสำหรับใช้จ่ายและบำรุงรักษาป่าต่อไป
  • ช่วยเสริมสร้างการมีส่วนร่วมและความเข้มแข็งของชุมชน : การสนับสนุนป่าชุมชนคือการสนับสนุนธรรมาภิบาลในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ที่เน้นการมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่ ทำให้เกิดกฎระเบียบและแนวปฏิบัติที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละท้องถิ่น
  • เป็นการลงทุนระยะยาวสำหรับคุณภาพชีวิต : เพราะถ้าป่าถูกทำลายอาจกระทบเมืองใหญ่ที่ต้องใช้น้ำจากต้นน้ำเหล่านั้น ซึ่งถ้าคนเมืองสนับสนุนตั้งแต่วันนี้ ก็เท่ากับการทำให้ระบบนิเวศโดยรวมแข็งแรงขึ้น ทำให้สิ่งแวดล้อมที่ดีงามก็จะมีความยั่งยืนไปอย่างยาวนาน

คนเมืองสามารถใช้พลังของตนเองในการสนับสนุนป่าชุมชนได้ ดังนี้

  1. การอุดหนุนผลิตภัณฑ์จากชุมชน (NTFPs – Non-Timber Forest Products) : วิธีที่ง่ายและได้ผลเร็วคือซื้อของที่ชุมชนผลิตจากป่าของชุมชนอย่างถูกกฎหมาย เช่น การซื้อโดยตรงหรือผ่านวิสาหกิจชุมชนช่วยเพิ่มรายได้ให้ชุมชน ทำให้ชาวบ้านมีแรงจูงใจในการอนุรักษ์ป่า ซึ่งผลิตภัณฑ์ของป่าที่ใช้ประโยชน์ได้โดยไม่ทำลายป่า เช่น
    • อาหารและสมุนไพร : เห็ด, หน่อไม้, ผักพื้นบ้าน, สมุนไพรแปรรูป, ชาหรือกาแฟที่ปลูกแบบวนเกษตร
    • สินค้าหัตถกรรม : งานฝีมือจากไม้ที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ประโยชน์หรือจากวัสดุที่ไม่ใช่ไม้ (Non-Timber Forest Products: NTFPs) เช่น ไม้ไผ่, หวาย โดยงานวิจัยชี้ว่าการใช้ประโยชน์จาก NTFPs อย่างยั่งยืนเป็นกลไกสำคัญในการจัดการป่าป่าชุมชนและสร้างรายได้ท้องถิ่น
    • สินค้าแปรรูป : น้ำผึ้งป่า, สบู่ออร์แกนิกจากสมุนไพร
    นอกจากนั้น ในภาคของเจ้าของธุรกิจหรือคุณอาจจะเป็นคนที่ทำงานอยู่ในบริษัทที่มีนโยบายใส่ใจการรักษาสิ่งแวดล้อม ก็อาจจะช่วยนำเสนอเรื่องการซื้อคาร์บอนเครดิตสำหรับใช้ในบริษัทหรือองค์กรได้ เพราะปัจจุบันเริ่มมีการพัฒนาโครงการให้ป่าของชุมชนสามารถขายคาร์บอนเครดิตได้ เช่น ป่าชุมชนบ้านโค้งตาบาง จ.ราชบุรี ที่เป็นแห่งแรกในไทย ซึ่งคนเมืองหรือองค์กรสามารถซื้อเครดิตเหล่านี้เพื่อชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของตนเอง นับเป็นการสนับสนุนเงินทุนโดยตรงในการดูแลรักษาป่า (อ้างอิง: ข่าวการซื้อขายคาร์บอนเครดิตจากป่าชุมชน)
  2. ไปร่วมท่องเที่ยวเชิงนิเวศในป่าชุมชน (Ecotourism) : การท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่ออกแบบร่วมกับชุมชนจะทำให้รายได้กลับสู่คนในพื้นที่โดยตรง และยังเป็นช่องทางให้ความรู้แก่คนเมืองเกี่ยวกับคุณค่าของผืนป่า เช่น เส้นทางเดินป่า นำชมต้นไม้ท้องถิ่น เรียนรู้การจัดการป่า ซึ่งมีงานศึกษากรณีต่างๆ ในไทยระบุว่าวิถีป่าของชุมชนสามารถสร้างโมเดลการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนและช่วยเพิ่มการมีส่วนร่วมของชุมชนในจัดการทรัพยากรได้ โดยการเดินทางไปเยือนป่าชุมชนด้วยจิตสำนึกที่ดี ยังเป็นการสนับสนุนด้านการเงินและเสริมสร้างขีดความสามารถในการบริหารจัดการของชุมชนได้อีกด้วย เช่น  
    1. การท่องเที่ยวเชิงนิเวศเปิดโอกาสให้ชุมชนมีรายได้ทางเลือกจากการเป็นมัคคุเทศก์ท้องถิ่น, การบริการที่พัก (โฮมสเตย์), การจำหน่ายอาหารท้องถิ่น หรือการจัดกิจกรรมเรียนรู้วัฒนธรรมและวิถีชีวิตดั้งเดิม (อ้างอิง: การท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ (Ecotourism) - มูลนิธิสืบนาคะเสถียร)  
    2. ชุมชนที่ประสบความสำเร็จในการจัดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เช่น บ้านถ้ำผึ้ง จ.สุราษฎร์ธานี ที่ใช้กิจกรรมท่องเที่ยวเพื่อย้อนกลับไปเสริมกิจกรรมอนุรักษ์ ทำให้เกิดการขยายพื้นที่ป่าและสร้างเครือข่ายความร่วมมือในชุมชน (อ้างอิง: ผลงานรางวัลลูกโลกสีเขียว: บ้านถ้ำผึ้ง)   ข้อควรระวังเมื่อไปเที่ยวเชิงนิเวศ
      • เลือกผู้ประกอบการหรือชุมชนที่มีการจัดการอย่างรับผิดชอบ (มีแนวทางการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ)
      • เคารพกฎชุมชน (เวลาเข้า-ออก, ห้ามทิ้งขยะ, ไม่เก็บสิ่งของจากป่า)
      • จ่ายค่าบริการให้ครบถ้วน ซึ่งรายได้จะถูกนำไปพัฒนาชุมชนและอนุรักษ์ป่า
  3. การเป็นอาสาสมัครหรือเข้าร่วมกิจกรรมภาคสนาม : หลายองค์กรและชุมชนเปิดรับอาสาสมัครในกิจกรรมปลูกป่า ดูแลแหล่งน้ำ สำรวจความหลากหลายทางชีวภาพ หรือโปรแกรมเยาวชน เช่น โครงการอาสาป่าไม้พลเมืองรุ่นใหม่ (Young Citizen Forest Volunteer) ที่จัดโดยองค์กรด้านป่าชุมชน (RECOFTC) และพันธมิตร การเป็นอาสาทำให้คุณได้ลงมือจริง เข้าใจบริบทและสร้างเครือข่ายร่วมกันระหว่างคนเมืองกับคนชนบท โดยคุณามารถใช้ทักษะและความสามารถที่ตนมีในการช่วยเหลือและพัฒนาป่าชุมชน ซึ่งเป็นการเติมเต็มในส่วนที่ชุมชนอาจขาดแคลน เช่น
    • ด้านการตลาดและการออกแบบ : ช่วยออกแบบบรรจุภัณฑ์, สร้างแบรนด์หรือทำการตลาดออนไลน์ให้กับผลิตภัณฑ์ของชุมชน เพื่อขยายช่องทางการขาย
    • ด้านการจัดการการท่องเที่ยว : ช่วยวางแผนเส้นทางท่องเที่ยวเชิงนิเวศ, จัดทำสื่อประชาสัมพันธ์หรือฝึกอบรมทักษะการบริการ
    • ด้านบัญชี/กฎหมาย : ช่วยจัดการบัญชีรายรับ-รายจ่ายของกองทุนป่าของชุมชน หรือให้คำแนะนำด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
    • ด้านการสื่อสาร : ช่วยประชาสัมพันธ์เรื่องราวความสำเร็จของป่าชุมชนสู่สังคมในวงกว้าง เพื่อสร้างการรับรู้และความตระหนัก
    สิ่งควรเตรียมก่อนสมัครอาสา
    • ตรวจสอบเงื่อนไขและค่าใช้จ่ายที่ชัดเจน (เช่น การเดินทาง ที่พัก อาหาร)
    • ถามว่าอาสานั้นมีเป้าหมายระยะยาวหรือเชิงจิตอาสาระยะสั้น เพื่อไม่ให้กิจกรรมเป็นภาระต่อชุมชน
    • ปฏิบัติตามข้อกำชับชุมชนและหน่วยงานจัดกิจกรรม
  4. สนับสนุนบริจาคเงินหรือร่วมทุนกับโครงการป่าของชุมชนต่างๆ : ถ้าคุณไม่สะดวกไปพื้นที่นั้นๆ ได้ ก็สามารถบริจาคหรือเข้าร่วมโครงการอนุรักษ์ป่าชุมชน เช่น สนับสนุนค่ากล้าไม้ อุปกรณ์หรือกองทุนชุมชนที่ช่วยดูแลป่า แต่ควรเลือกหน่วยงานที่โปร่งใส มีการรายงานผลการใช้เงินและผลลัพธ์ชัดเจน เช่น รายงานการปลูก การติดตามการเติบโตหรือการใช้เงิน โดยหน่วยงานรัฐและเอกชนในไทยมักจะมีเอกสารแนะแนว และโครงการสนับสนุนป่าของชุมชนที่ให้ข้อมูลการดำเนินงานสำหรับผู้ที่สนใจ
  5. ซื้อสินค้า/บริการที่เป็นมิตรกับป่าและสิ่งแวดล้อม : การสนับสนุนธุรกิจที่มีนโยบายจัดซื้อวัสดุอย่างยั่งยืน เช่น ไม้ที่ได้จากแหล่งที่ถูกต้อง หรือผลิตภัณฑ์ที่ไม่ทำลายระบบนิเวศ รวมทั้งสนับสนุนร้าน/แบรนด์ที่มีการร่วมมือกับชุมชน ช่วยให้ตลาดสำหรับสินค้าเชิงอนุรักษ์เติบโตขึ้น ตัวอย่างเช่น บางบริษัทมีโปรแกรม CSR ที่ร่วมมือกับป่าชุมชนและฟื้นฟูป่า เป็นต้น
  6. ร่วมสนับสนุนเชิงนโยบายและความรู้ : เช่น การสนับสนุนกฎระเบียบที่ส่งเสริมสิทธิชุมชนในการจัดการป่า การติดตามนโยบายและการร่วมลงชื่อ/คอมเม้นต์ในเวทีสาธารณะ หรือช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้ป่าของชุมชนอยู่ได้ นอกจากนี้การเรียนรู้และแบ่งปันความรู้เกี่ยวกับการจัดการป่าจากแหล่งงานวิจัยและหน่วยงานที่เชื่อถือได้ จะช่วยขยายความเข้าใจของคนในวงกว้างได้

ตัวอย่างวิสาหกิจชุมชน/ร้านค้าตามจังหวัดที่ขายผลิตภัณฑ์จากป่าชุมชน

  • วิสาหกิจชุมชนผลิตภัณฑ์จากผึ้งป่าก๋อย (Budsarakam / บุษราคัมฮันนี่) — ผลิตน้ำผึ้งดอกป่า น้ำผึ้งลำไย เกสรผึ้งและแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิว/สปา ขายออนไลน์ผ่านร้าน มีหน้าร้านสินค้าและเพจข้อมูลชุมชน เหมาะกับคนหาน้ำผึ้งจากป่าธรรมชาติที่ชุมชนจัดการ
  • วิสาหกิจชุมชนสมุนไพรบ้านป่าแก — ผลิตภัณฑ์สมุนไพรพื้นบ้าน (บาล์ม ยาน้ำ สมุนไพรแห้ง น้ำมันนวด ฯลฯ) ที่มักได้วัตถุดิบจากป่าหรือระบบนิเวศท้องถิ่น ขายทั้งผ่านเว็บไซต์ร้านและเพจ Facebook
  • วิสาหกิจชุมชนแปรรูปผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น (ตัวอย่างใน OTOP / facebook province page) — ผลิตภัณฑ์จากพืชท้องถิ่น สมุนไพร งานหัตถกรรมและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผลผลิตป่า/สวนชุมชน มีการจำหน่ายผ่านงาน OTOP และเพจของสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด
  • กลุ่มวิสาหกิจชุมชนหัตถกรรมจักสานกระจูด บ้านห้วยลึก — ผลิตงานจักสานจากวัสดุท้องถิ่น เช่น กระจูดซึ่งเป็นทรัพยากรวัสดุจากป่าชุมชน มาแปรรูปเป็นกระเป๋า ของใช้ ของตกแต่ง จำหน่ายออนไลน์และหน้าร้าน เหมาะสำหรับคนต้องการสินค้าหัตถกรรมที่เชื่อมโยงชุมชนชายฝั่ง/ป่า
  • กลุ่มชุมชนแปรรูปน้ำผึ้งและสบู่จากน้ำผึ้งในพื้นที่ (ตัวอย่างโครงการห้วยทรายโมเดล) — ชุมชนรับน้ำผึ้งจากผู้เลี้ยงในท้องถิ่น แล้วแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์สบู่และของใช้จำหน่ายออนไลน์/ให้ผู้มาเยี่ยมชมซื้อ
  • มีช่องทางจำหน่ายรวม — เช่น ThailandPostMart / ตลาดออนไลน์ OTOP / เพจจังหวัด ที่มักเปิดพื้นที่ให้วิสาหกิจชุมชนขึ้นขายสินค้า เป็นช่องทางที่ดีสำหรับค้นหาและซื้อของจากวิสาหกิจชุมชนที่มาจากป่าชุมชนหรือทรัพยากรท้องถิ่น
การสนับสนุนป่าชุมชน ไม่ใช่เพียงแค่การทำบุญหรือการบริจาค แต่เป็นการลงทุนที่ชาญฉลาดเพื่อความยั่งยืนในระยะยาวของสังคมและสิ่งแวดล้อม การกระทำเล็กๆ ของคนเมือง ไม่ว่าจะเป็นการเลือกซื้อสินค้าจากป่าของชุมชนเพื่อสร้างรายได้ที่เป็นธรรม, การเดินทางไปท่องเที่ยวอย่างเคารพต่อระบบนิเวศ หรือการสละเวลาและทักษะเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งในการจัดการป่า ล้วนเป็นจิ๊กซอว์สำคัญที่ช่วยให้ป่าเหล่านี้ดำรงอยู่ต่อไปได้อย่างเข้มแข็ง หากคนเมืองตระหนักถึงผลประโยชน์ร่วมและผนึกกำลังร่วมกับชุมชนท้องถิ่นได้สำเร็จ เราก็จะสามารถรักษาผืนป่าให้เป็นแหล่งกำเนิดอากาศบริสุทธิ์และแหล่งน้ำใสสะอาดสำหรับทุกคนในประเทศได้อย่างยั่งยืน แหล่งข้อมูลอ้างอิง เพื่อให้การสนับสนุนป่าชุมชนของคุณเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสามารถวัดผลได้ ลองพิจารณาใช้บริการของ CarbonWatch ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงผู้ที่ต้องการชดเชยการปล่อยคาร์บอน (คนเมือง/องค์กร) เข้ากับโครงการลดก๊าซเรือนกระจกที่ผ่านการรับรอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายคาร์บอนเครดิตจากป่าของชุมชน ผ่าน CarbonWatch คุณสามารถมั่นใจได้ว่าเงินสนับสนุนของคุณจะถูกนำไปใช้เพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้ชุมชนท้องถิ่นมีรายได้ที่มั่นคงจากการดูแลป่า และช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนส่วนบุคคลหรือองค์กรได้อย่างเป็นระบบ

ติดต่อ THAICOM PUBLIC COMPANY LIMITED พร้อมให้คำปรึกษา

เทคโนโลยีอื่นๆ

คำถามที่พบบ่อย

No items found.

เริ่มต้นกับ CarbonWatch

"ลงทะเบียนและเริ่มสร้างโครงการของคุณได้ง่าย ๆ สัมผัสกับบริการจัดการคาร์บอน การกักเก็บคาร์บอนในต้นไม้
แบบครบวงจร ที่พร้อมช่วยให้การจัดการของคุณเป็นเรื่องง่าย"

เริ่มเลย