การลดคาร์บอนคือภารกิจเร่งด่วนระดับโลก และเป็นหัวใจสำคัญที่นำไปสู่การเกิดขึ้นของฉลากคาร์บอนบนผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพราะกระแสการบริโภคยุคใหม่ที่ไม่ได้มองหาแต่สินค้าที่ตอบโจทย์ด้านราคาและคุณภาพเท่านั้น แต่ยังมองหาสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและช่วยบรรเทาปัญหาภาวะโลกร้อนด้วย ฉลากคาร์บอนจึงเป็นเสมือนเครื่องมือสื่อสารที่น่าเชื่อถือจากผู้ผลิตถึงผู้บริโภค เพื่อยืนยันว่าผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้ได้ผ่านกระบวนการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต และสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างแท้จริง ดังนั้น การทำความเข้าใจความหมายและบทบาทของฉลากนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการเป็นผู้บริโภคที่ใส่ใจโลก
กลุ่มที่ 1 วิธีการที่เน้นประเด็นเดียว (Focus on Climate Change Only) : วิธีการในกลุ่มนี้จะเน้นเฉพาะการประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกี่ยวข้องกับการ เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เท่านั้น
กลุ่มที่ 2: วิธีการที่มี ขอบเขตกว้าง (Broader Environmental Scope) : วิธีการในกลุ่มนี้จะครอบคลุมปัญหาสิ่งแวดล้อมหลายด้าน นอกเหนือจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สามารถดึงเอาเฉพาะตัวบ่งชี้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมาใช้ในการกำหนด PCF ได้
แม้ว่าวิธีการคำนวณเหล่านี้จะมีความแตกต่างกันในเรื่องขอบเขต แต่ผู้พัฒนามาตรฐาน (ISO, BSI, WRI/WBCSD, EC ฯลฯ) ต่างมุ่งมั่นที่จะเพิ่มความสอดคล้องระหว่างกัน โดยทุกวิธีมีข้อกำหนดที่ต้องจัดการกับประเด็นเฉพาะทางที่เกี่ยวข้องกับ PCF ดังนี้

ฉลากคาร์บอนหรือฉลากลดคาร์บอนคืออะไร?
ฉลากคาร์บอนบนผลิตภัณฑ์ (Carbon Reduction Label) คือเครื่องหมายที่แสดงว่าผลิตภัณฑ์นั้นได้ผ่านการประเมินปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ตั้งแต่ต้นจนจบของกระบวนการผลิตของผลิตภัณฑ์นั้นๆ แล้ว และสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของผลิตภัณฑ์นั้นได้ตามเกณฑ์ที่หน่วยงานรับรองกำหนดไว้ กล่าวคือสินค้าที่มีฉลากนี้ได้ดำเนินการปรับปรุงกระบวนการผลิตหรือการจัดการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อลดผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศโลกประเภทของฉลากลดคาร์บอนที่พบได้บ่อย
- ฉลากแสดงตัวเลขคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint / kg CO₂e) : ระบุปริมาณก๊าซเรือนกระจกเป็นตัวเลข เช่น 0.5 kg CO₂e ต่อหน่วย ซึ่งมาจากการคำนวณตลอดวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ (LCA)
- ฉลากแสดงระดับ/คะแนน (Carbon Rating / Label Tiers) : ระบุเป็นระดับ เช่น เหรียญทอง/เงิน/ทองแดง หรือระดับ A–E แทนตัวเลขตรงๆ เพื่อให้คนทั่วไปเข้าใจง่ายขึ้น
- ฉลากยืนยันการลดหรือเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Reduction / Carbon Neutral) : แสดงว่าผลิตภัณฑ์หรือบริษัทได้ลดการปล่อยตามเป้าแล้ว หรือชดเชยด้วยโครงการต่างๆ แต่ต้องดูว่าการชดเชยได้รับการตรวจสอบจริงหรือไม่
ฉลากลดคาร์บอนถูกคำนวณอย่างไร มาตรฐานที่นำมาใช้คืออะไร?
วิธีการคำนวณปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ผลิตภัณฑ์ปล่อยออกมา (Product Carbon Footprint หรือ PCF) แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก โดยทั้งสองกลุ่มต่างก็อ้างอิงหลักการพื้นฐานจากมาตรฐาน ISO 14040 และ ISO 14044 ซึ่งเป็นมาตรฐานการประเมินวัฏจักรชีวิต (LCA)กลุ่มที่ 1 วิธีการที่เน้นประเด็นเดียว (Focus on Climate Change Only) : วิธีการในกลุ่มนี้จะเน้นเฉพาะการประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกี่ยวข้องกับการ เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เท่านั้น
| มาตรฐาน | ผู้พัฒนา | สาระสำคัญ |
|---|---|---|
| ISO 14067 | ISO | มาตรฐานอ้างอิงสากล สำหรับการทำ PCF พัฒนาจากมาตรฐาน LCA เดิม (ตีพิมพ์ 2561) |
| PAS 2050 | BSI (อังกฤษ) | มาตรฐาน PCF ระดับสากลแรก ที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย (ออกปี 2554) |
| GHG Protocol Product Standard | WRI/WBCSD | คล้ายกับ PAS 2050 แต่เพิ่มข้อกำหนดสำหรับการรายงานต่อสาธารณะ และมีมาตรฐานอื่นสำหรับองค์กรและโครงการด้วย |
กลุ่มที่ 2: วิธีการที่มี ขอบเขตกว้าง (Broader Environmental Scope) : วิธีการในกลุ่มนี้จะครอบคลุมปัญหาสิ่งแวดล้อมหลายด้าน นอกเหนือจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สามารถดึงเอาเฉพาะตัวบ่งชี้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมาใช้ในการกำหนด PCF ได้
| มาตรฐาน | ผู้พัฒนา | สาระสำคัญ |
|---|---|---|
| Product Environmental Footprint (PEF) | สหภาพยุโรป (EU) | วิธีการ LCA ที่แนะนำโดย EU เพื่อให้เกิดมาตรฐานเดียวกัน บังคับคำนวณ 16 หมวดหมู่ผลกระทบ (แม้ว่าบางข้อมูลเสนอว่าควรคำนวณเฉพาะผลกระทบที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในการรายงาน PCF ก็ตาม) |
| BP X30-323-0 | AFNOR (ฝรั่งเศส) | มาตรฐานระดับชาติของฝรั่งเศส คล้าย PEF คือครอบคลุมหลายหมวดหมู่ผลกระทบ แต่สามารถรายงานตัวแปรที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแยกต่างหากได้ |
| EN 15804 | มาตรฐานยุโรป | มาตรฐานสำหรับผลิตภัณฑ์และบริการก่อสร้าง กำหนดให้คำนวณผลกระทบวงจรชีวิตทั้งหมด ซึ่งรวมถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและปัจจัยสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ |
- การเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดิน
- การดูดซับและการปล่อยคาร์บอนชีวภาพ (Biogenic Carbon)
- การชดเชยคาร์บอน (Offsetting)
- ปริมาณคาร์บอนในดิน
- การใช้ไฟฟ้าสีเขียว (Green Electricity)
ฉลากลดคาร์บอนบอกอะไรเราบ้าง? (ก่อนตัดสินใจซื้อ)
- สินค้านี้ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้จริง : ฉลากลดคาร์บอนเป็นเครื่องยืนยันว่าผู้ผลิตได้ลงมือทำจริง เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการผลิต เมื่อเทียบกับข้อมูลในอดีตของสินค้าชนิดเดียวกัน (ปีฐาน) โดยในประเทศไทย ฉลากนี้จะออกให้เฉพาะสินค้าที่ลดการปล่อยคาร์บอนลงได้อย่างน้อย 2% หรือมีค่าคาร์บอนฟุตพริ้นท์ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน (Benchmark) ของสินค้าประเภทเดียวกัน ซึ่งแปลว่าสินค้านั้นช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้จริง
- บ่งบอกถึงความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม : สินค้าที่มีฉลากนี้มักผ่านกระบวนการผลิตที่ใช้พลังงานและทรัพยากรอย่างคุ้มค่า เช่น การใช้วัตถุดิบหมุนเวียน หรือปรับปรุงเทคโนโลยีให้ปล่อยมลพิษน้อยลง ผลคือช่วยลดภาวะโลกร้อนและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเมื่อเทียบกับสินค้าทั่วไปในกลุ่มเดียวกัน
- เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจซื้อ : ฉลากลดคาร์บอนช่วยให้ผู้บริโภคเลือกซื้อสินค้าได้อย่างมีจิตสำนึกต่อสิ่งแวดล้อม เพราะเราสามารถเลือกสินค้าที่ปล่อยคาร์บอนน้อยกว่า ส่งผลให้ภาคธุรกิจต้องปรับตัวมาผลิตอย่างยั่งยืนมากขึ้น เพื่อตอบรับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ใส่ใจโลก
- ได้รับการรับรองจากหน่วยงานอิสระ : สินค้าที่ได้รับฉลากนี้ไม่ได้เกิดจากการประกาศเองของบริษัท แต่ต้องผ่านการประเมินและตรวจสอบโดยหน่วยงานภายนอก เช่น องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. (TGO) ทำให้ข้อมูลที่ปรากฏบนฉลากมีความน่าเชื่อถือและสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้
สิ่งที่คุณควรสังเกตเพิ่มเติมบนฉลากลดคาร์บอน
- การรับรองโดยบุคคลที่สาม : ตรวจสอบว่าฉลากได้รับการรับรองจากองค์กรอิสระที่เชื่อถือได้หรือไม่ เช่น Carbon Trust, หน่วยงานตรวจสอบ ISO, สถาบันภาครัฐ เพราะจะมีความน่าเชื่อถือสูงกว่าการประกาศโดยผู้ขายเอง
- การระบุตัวเลขคาร์บอนฟุตพริ้นท์ : การระบุเป็นตัวเลขที่ชัดเจน เช่น 1.5 kg CO₂e ต่อหน่วย ช่วยให้เปรียบเทียบระหว่างแบรนด์ได้ง่ายขึ้น แต่ต้องแน่ใจว่าใช้หน่วยใช้งาน (Functional Unit) ในการคำนวณที่เหมือนกัน
- ขอบเขตของการประเมิน : สังเกตว่าการคำนวณนับตั้งแต่การผลิตอย่างเดียว (cradle-to-gate) หรือนับรวมไปจนถึงการทิ้งหลังใช้งาน (cradle-to-grave) เนื่องจากขอบเขตที่ต่างกันจะทำให้ตัวเลขไม่สามารถเทียบกันได้โดยตรง
- การใช้การชดเชยคาร์บอน (Offsetting) : หากฉลากเขียนว่า “Carbon Neutral” ควรดูรายละเอียดว่าโครงการชดเชยนั้นได้รับการรับรองและมีความโปร่งใสหรือไม่ เพื่อหลีกเลี่ยงการโฆษณาเกินจริง
- การอ้างอิงมาตรฐาน : ฉลากที่ระบุว่าอ้างอิงมาตรฐานสากล เช่น ISO, PAS, PEF จะยืนยันวิธีการคำนวณที่ชัดเจนและสามารถตรวจสอบได้
- thaicarbonlabel.tgo.or.th
- petromat.org/home/carbon-label/
- eu-bans-misleading-environmental-claims-that-rely-on-offsetting
- www.iso.org/standard
- carbon-footprint-labelling
- Product-carbon-footprint-standards-which-standard-to-choose
- ghgprotocol.org/sites/default/files/2022-12/GHG%20Protocol%20PAS%202050%20Factsheet.pdf
ติดต่อ THAICOM PUBLIC COMPANY LIMITED พร้อมให้คำปรึกษา

เทคโนโลยีอื่นๆ
คำถามที่พบบ่อย
No items found.




